คลังเก็บหมวดหมู่: สัตว์บก

สัตว์บก (Terrestrial animal)

สัตว์บก เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ส่วนใหญ่หรือทั้งหมดในที่ดิน (เช่นแมว , มด , เดอร์ ) เมื่อเทียบกับสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ส่วนใหญ่หรือทั้งหมดในน้ำ (เช่นปลา , กุ้ง , หมึก ) หรือครึ่งบกครึ่งน้ำซึ่งพึ่งพา การรวมกันของน้ำและภาคพื้นดินที่อยู่อาศัย (เช่นกบหรือ จิ้งจก ) สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบนบก ได้แก่มด , แมลงวัน , จิ้งหรีด ,ตั๊กแตนและแมงมุม .

การติดฉลากสัตว์ชนิด “บก” หรือ “สัตว์น้ำ” มักจะคลุมเครือและกลายเป็นเรื่องของการตัดสิน สัตว์หลายชนิดที่ถือว่าอยู่บนบกมีวงจรชีวิตซึ่งส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการอยู่ในน้ำ เพนกวิน , แมวน้ำ

และวอลรัสนอนหลับบนบกและอาหารในทะเลพวกเขาก็ยังได้รับการพิจารณาทั้งหมดบก แมลงหลายชนิด เช่นยุงและปูบกทั้งหมด รวมทั้งสัตว์จำพวกอื่น ๆ มีระยะวงจรชีวิตในน้ำ: ไข่ของพวกมันต้องวางและฟักในน้ำ หลังจากฟักมีรูปแบบน้ำต้นทั้งผีสางเทวดาหรือตัวอ่อน

มีปูที่มีลักษณะเป็นน้ำโดยสมบูรณ์ ปูที่เป็นสะเทินน้ำสะเทินบก และปูที่อยู่บนบก ปู Fiddlerถูกเรียกว่า “กึ่งบก” เนื่องจากพวกมันทำโพรงในพื้นผิวที่เป็นโคลน ซึ่งพวกมันจะล่าถอยในช่วงที่น้ำขึ้นสูง

เมื่อน้ำลด ปูไวโอลินออกหาอาหารตามชายหาด เดียวกันเป็นจริงในหอย หลายร้อยหอยจำพวกและสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในสถานการณ์กลางเช่นตัวอย่างเช่นTruncatella หอยทากบางชนิดมีเหงือกอาศัยอยู่บนบก และบางชนิดที่มีปอดอาศัยอยู่ในน้ำ

นอกจากสัตว์บกและสัตว์น้ำล้วนแล้ว ยังมีสปีชีส์นอกเขตอีกมากมาย ไม่มีเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลในการตัดสินใจว่าจะติดฉลากชนิดพันธุ์เหล่านี้อย่างไร ดังนั้นงานบางอย่างจึงถูกโต้แย้ง

หลักฐานฟอสซิลแสดงให้เห็นว่าสัตว์ทะเลซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเกี่ยวข้องกับสัตว์ขาปล้อง ได้เริ่มโจมตีบนพื้นดินเมื่อประมาณ 530 ล้านปีก่อน อย่างไรก็ตาม

ยอร์คเชียร์เทอเรีย

ยอร์คเชียร์เทอเรีย เป็นหมาที่อยู่ในกลุ่มของเทอร์เรียแต่ว่าเป็นเทอร์เรียที่เล็กที่สุดในสายพันธุ์เลยนะคะ ซึ่งเราค้นพบสายพันธุ์นี้ครั้งแรกมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เลยนะคะ

ยอร์คเชียร์เทอเรีย (Yorkshire Terrier)

ยอร์คเชียร์เทอเรีย

ต้นกำเนิดของมันจริงๆของมันอยู่ที่ประเทศอังกฤษนั่นเองค่ะ ซึ่งมันเป็นที่นิยมเลี้ยงมากๆอีกด้วยนะคะ ด้วยความที่รูแร่างที่น่ารักของมันจึงทำให้สาวๆชอบเลี้ยงมันเอามากๆเลยค่ะ

มันเป็นหมาที่มีความร่าเริง ฉลาด และเรียนรู้ง่าย น่าเอ็นดูมากๆเลยค่ะ พวกมันจะไม่ค่อยชอบอยู่คนเดียวซักเท่าไหร่ เพราะถ้ามันอยู่คนเดียวจะทำให้มันเครียด เพราะฉะนั้นเจ้าของต้องอย่าทิ้งน้องไว้คนเดียวนะคะ

ก่อนหน้านี้ในช่วงกลางของศตวรรษที่ 19 ได้มีการค้นพบมันติดมากับพวกคนงานชาวสก็อตแลนด์ ซึ่งเค้ารเอาหมาเทอร์อีกหลายพันธุ์ติดมาด้วย จึงทำให้เกิดการผสมข้ามสายพันธุ์เกิดขึ้น

ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนงานที่ทำงานเกี่ยวกับโรงงานทอผ้า หรือว่าทำขนสัตว์นั่นเองค่ะ ซึ่งเค้ามักจะเลี้ยงสายพันธุ์เทอร์เรียแบรนแบล็คและ แทนเทอร์ นั่นเองค่ะ

จริงๆแล้วสายพันธุ์ของมันมาจากสายพันธุ์หมาถึง 3 สายพันธุ์รวมกันเลยนะคะ ซึ่งมันได้รับประกันสายพันธุ์ด้วยว่า ได้รับการปรับปรุงสายเลือดมาแบบได้มาตราฐาน และมีคุณภาพสายเลือด

ยอร์คเชียร์เทอเรีย

เพราะไม่ว่าจะเป็นสีของมันหรือขนต่างๆ ก็สวยงามมากๆเลยค่ะ เพราะมันมักจะได้เป็นหมาที่ได้ไปประกวด หรือว่าจัดแสดงตามงานประกวดต่างๆ และมักจะคว้าชัยชนะมาได้เสมอ

เพราะมันมีความสวยและสง่างามนั่นเองค่ะ เมื่อมันโตเต็มวัย จุดเด่นๆของมันที่เป็นไฮไลท์ของสายพันธุ์เลยก็คือขนของมันนั่นเองค่ะ เพราะขนของมันจะมีความยาวและเงางามเอามากๆ ขนของมันจะมีความตรงและนุ่ม บางทียังนุ่มกว่าเส้นผมของคนอีกด้วยนะคะ

แต่การจะเลี้ยงมันนั้นเราก็จะต้องหมั่นแปรงขนบ่อยๆ หรือเรียกได้ว่าถ้าจะเลี้ยงเค้าก็ต้องมีเวลาพาเค้าเข้าสปาตัดแต่งทรงผมของเค้าอยู่บ่อยๆ เพราะไม่งั้นน้องจะเหมือนผ้าขี้ริ้วเดินได้เลยล่ะค่ะแอดขอบอก

เพราะถ้าเราดูแลดีขนของมันก็จะมีความสลวยสวยเก๋ แถมยังเงางามอีกด้วยนะคะเพื่อนๆ ที่นี้เรามาดูนิสัยโดยทั่วไปของมันกันบ้างนะคะ ว่ามันจะน่ารักเหมือนน่าตาของมันมั้ยเอ่ย

ยอร์คเชียร์เทอเรีย

นิสัยโดยทั่วไปของมัน แม้ว่าเราจะเห็นว่ามันตัวเล็กนะคะ แต่เชื่อมั้ยคะมันมีความซุกซนเหมือนหมาเด็กอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ แต่จะดื้อเป็นระยะนะคะ จะดื้อไม่มากแต่ดื้อบ่อยๆต้องคอยสอนเค้าด้วยนะคะ

มันมักจะอยากรู้อยากเห็นอยู่เสมอ และจะสนใจสิ่งรอบข้างเอามากๆ นอกจากนี้มันยังมีความมั่นคงทางอารมณ์ด้วยนะคะ แต่ที่แอดจะเตือนเลยก็คือ บ้านที่มีเด็กเล็กไม่เหมาะที่จะเลี้ยงพวกมันซักเท่าไหร่ เพราะมันค่อยจะถูกกับเด็กเท่าไหร่

อาจจะคิดว่าเด็กอาจจะมาแย่งความรักของมันไปนั่นเองค่ะ แต่ถ้าอยู่กับคนมีอายุแล้วนั้น แอดบอกเลยว่าเหมาะมาก เพราะมันจะทำตัวติดกับเจ้าของและนอบน้อมถ่อมตนเอามากๆ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์น้ำ คลิก Beluga Sturgeon

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

บีเกิ้ล

       บีเกิ้ล เป็นน้องหมาอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่แอดมินบอกเลยนะคะว่ามีคนนิยมเลี้ยงมากๆ เพราะมันจะมีความซุกซนแถมยังมีรูปร่างลักษณะน่ารักมากๆแถมยังแสนรู้อีกด้วยค่ะ

            บีเกิ้ล (Beagle)

 บีเกิ้ล

มันเป็นหมาที่มีขนาดเล็กขาสั้นๆน่ารักมากๆเลยค่ะ ในสมัยก่อนพวกมันจะถูกเลี้ยงไว้สำหรับล่ากระต่ายค่ะ เพราะว่ามันวิ่งเร็ว และมีความสามารถพิเศษในการดมกลิ่นเก่งมากๆแถมยังสัญชาตญานที่ดีอีกด้วยค่ะ

มันเป็นหมาที่มีความฉลาดร่าเริง แถมยังอารมณ์ดีอีกด้วยนะคะ ขี้เล่นสุดๆ มันได้รับวัฒนธรรมมาจากธิเบตค่ะ และชอบไปโผล่อยู่ในการ์ตูนหลายๆเรื่องอีกด้วยนะคะ

เพื่อนๆรู้มั้ยคะ ว่ามันถูกค้นพบเป็นครั้งแรกว่ามีคนเลี้ยงตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 11 โดยคนที่ชื่อ วิลเลี่ยมค่ะ โดยที่เค้าจับหมาประมาณ 2 สายพันธุ์มาผสมกันค่ะ

ซึ่งพันธุ์แรกก็คือหมาพันธุ์เกรย์ฮาวด์ เพราะมันมีความแข็งแรงและมีความฉลาด รวดเร็ว ส่วนอีกสายพันธุ์นึงก็คือแฮรรีเออร์แต่ในปัจจุบันมันได้สูญพันธุ์ไปนานแล้วค่ะ

ซึ่งเขาได้นำหมายสองสายพันธุ์นี้มาผสมกันจนออกมาเป็นพันธุ์บีเกิ้ลตามที่เพื่อนเพื่อนได้เห็นกันในปัจจุบันนั่นแหละค่ะทำให้มันมีขนาดเล็กกว่าหมาทั้งสองสายพันธุ์และมีความช้ากว่านั่นเองค่ะ

แม้ว่ามันจะผสมออกมาเป็นหมาสายพันธุ์ใหม่ซึ่งมีขนาดเล็กจิ๋วตั้งแต่สมัยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่สองและพระเจ้าเฮนรี่ที่เจ็ดเค้าได้เลี้ยงบีเกิ้ลเป็นฝูงเลยนะคะ

 บีเกิ้ล

แล้วตั้งชื่อพวกมันว่าคุยอลิซาเบ็ธเพราะพวกมันมีขนาดเล็กพอที่จะส่งมือได้นั่นเองค่ะนอกจากนี้มันยังมีอีกชื่อหนึ่งว่าภูเก็ตบีเกิ้นเพราะมันมีไหล่กว้างแค่ 9 นิ้วซึ่งเล็กมากพอที่จะใส่ในกระเป๋าข้าง

เพราะการที่เค้าเอามันใส่กระเป๋าข้างไปนั้นเพื่อที่ว่าเวลาที่เขาออกไปล่าสัตว์หรือเวลาเจอหมาตัวใหญ่ใหญ่ก็จะพาพวกมันออกไปล่าและปล่อยหมาตัวเล็กเล็กออกไปตามพุ่มไม้เพื่อช่วยกันล่าสัตว์นั่นเองค่ะ

มาตรฐานสายพันธุ์ของมันถูกร่างขึ้นมาในช่วงปี 1901 ซึ่งสายพันธุ์เหล่านี้บางอย่างได้สูญพันธุ์ไปบ้างแล้วเนื่องจากเจ้าของเกรดบีเกิ้นมันมีขนาดเล็ก

และเป็นการผสมระหว่างสองสายพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักส่วนสูงโครงการโหลกหรือว่าออกมันก็จะแตกต่างกันนิดหน่อยค่ะ

เริ่มมีการพัฒนาสายพันธุ์ของมันตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1830 ช่วงนั้นได้ก่อตั้งกลุ่มบีเกิ้นขึ้นมาด้วยนะคะอยู่ในเมืองที่ชื่อว่าเอ็กซ์แซคซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับสายพันธุ์ใหม่

 บีเกิ้ล

ในการพัฒนาสายเลือดบีเกิ้นเป็นสายเลือดที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาจากขอเก็บบีเกิ้นมีต้นกำเนิดมาจากเออแต่มันก็ยังไม่ชัดเจนนะคะว่าทำไมมันถึงมีขนาดเล็กและสูงประมาณ 10 นิ้วอีสานก็จะแตกต่างกันออกไปแต่ก็มีไม่ได้มากค่ะ

เริ่มมีการกระจายสายพันธุ์ของมันออกไปมากขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1840 เพราะมีการส่งออกสายพันธุ์บีเกิ้นออกในช่วงปีนั้นและส่งออกไปในสหรัฐอเมริกา

โดยการนำเข้ามาเพื่อการล่าสัตว์อย่างเคร่งครัดเลยล่ะค่ะนอกจากนี้มันยังเป็นตัวแทนของสายพานสมัยใหม่ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะดูคล้ายคลึงกับมาตรฐานเพียงเล็กน้อยจนมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้คงที่และจดทะเบียนเป็นหมาบีเกิ้ลอย่างทุกวันนี้นั่นเองค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก Basset Hound

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

บาสเซทฮาวด์

บาสเซทฮาวด์ หรือที่หลายๆคนมักจะมองมันเป็นหมาไส้กรอกนั่นแหละค่ะ ถ้าพูดหมาไส้กรอกแอดว่าเพื่อนๆก็คงเห็นผ่านตากันมาบ้างใช่มั้ยคะ ถึงไม่เห็นผ่านตาก็ต้องเคยเห็นผ่านการ์ตูนที่เราดูกันตอกเด็กๆบ้างแหละค่ะ

            บาสเซทฮาวด์  (Basset Hound)

บาสเซทฮาวด์

มันเป็นน้องหมาขาสั้นน่ารักที่มักถูกเลี้ยงไว้ในครอบครัวและเป็นที่นิยมอีกหนึ่งสายพันธุ์เลยนะคะ ในสมัยก่อนการเลี้ยงมันส่วนใหญ่มักจะเลี้ยงมันเอาไว้ล่าสัตว์ค่ะ แต่ไม่ใช่ล่าเสือ ลาสิงโตนะคะ เพราะดูจากขนาดคงได้ไปเป็นอาหารของพวกเสือสิงโตมากกว่าค่ะ

ส่วนใหญ่แล้วมันจะมีหน้าที่ล่าพวกสัตว์เล็กๆ อย่างเช่นพวกกระต่ายนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ลักษณะเด่นๆของมันก็คือ มันจะมีหน้าที่ย่นและมีหูยาวมากๆค่ะ เพราะยาวเลยคางของมันลงมาอีก แต่จะไม่ได้มีขนาดสูงเพราะมันเป็นหมาที่มีขาสั้นเอามากๆ

น้ำหนักของมันเฉลี่ยแล้วจะไม่เกิน 40 กก. แต่ก็ถือว่ามันตัวใหญ่หนาพอสมควรนะคะ ถ้าเทียบกับขนาดตัวของมันก็กล้ามเนื้อเยอะเลยค่ะ มันมีขนที่สั้นและแข็งแรงมากด้วยนะคะ นอกจากนี้ยังมีเหนียงใต้คอที่เยอะพอสมควรเลยค่ะ เป็นลักษณะทางปกติของมัน

กระโหลกของมันก็จะมีขนาดใหญ่และหนสพอสมควรค่ะ แถมยังมีจมูกที่มีความสามารถดมกลิ่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วยนะคะ สีขนของมันก็จะไม่ค่อยตายตัวค่ะ จะแตกต่างออกไปตามแต่ละประเทศ เพราะภูมิอากาศไม่เหมือนกันนั่นเองค่ะ

บาสเซทฮาวด์

ส่วนมากแล้วเราก็มักจะเจอสีที่เป็นสีเบสิคอย่างเช่น สีดำ สีน้ำตาล และสีขาว ส่วนสีอื่นๆก็มีนะคะ อาจจะเป็นน้ำตาลแดงหรือครีม แต่ก็อาจจะหายากหน่อยและจะมีราคาสูงตามความหายากของมันอีกด้วยค่ะ

พวกมันเป็นสัตว์ที่มีนิสัยร่าเริง และเป็นมิตรค่ะ ไม่ได้มีนิสัยดุร้ายอะไรสามารถเข้ากับเด็กๆและสัตว์หรือหมาตัวอื่นๆได้นะคะ พวกมันติดเจ้าของและมักจะชอบทำกิจกรรมอยู่เสมอ มันจะหาอะไรมาชวนเจ้าของเล่นทั้งวันเลยค่ะ

 นอกจากนี้ยังเป็นเพื่อนเล่นให้กับเด็กๆได้ด้วยนะคะ เพราะด้วยนิสัยของมันก็เหมือนเด็กคนนึงเลยค่ะ แต่ธรรมดาก็อาจจะมีดื้อรั้นบ้างในบางครั้งเราก็ต้องค่อยสอนและฝึกเค้าไปนั่นเองค่ะเพื่อนๆ

บาสเซทฮาวด์

ปัญหาสุขภาพของมันที่ติดมากับสายเลือดก็มีอยู่บ้างค่ะ เพราะมันมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับหู และปัญหาทางด้านสายตานั่นเองค่ะ เพราะเนื่องจากตาของมันจะคล้อยลงมาตามอายุและดึงหนังตาลงมาด้วยจึงทำให้พวกสิ่งสกปรกเข้าไปสะสมตรงบริเวณนั้นได้ค่ะ

เพราะฉะนั้นเราก็ต้องดูแลตรงจุดนั้นเป็นพิเศษ คอยธรรมความสะอาดอยู่เสมอ ไม่อย่างนั้นอาจจะส่งผลให้มันติดเชื้อและตาบอดได้นั่นเองค่ะ อายุเฉลี่ยของมันแกติก็ประมาณ 10 ปี ถ้าคิดจะเลี้ยงแล้วต้องดูแลในระยะยาวนะคะเพื่อนๆ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก Barn Swallow

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

นกนางแอ่นโรงนา

   นกนางแอ่นที่แอดมินกำลังจะพูดถึงนี้เป็นสายพันธุ์ที่เรามักจะเห็นกันอยู่บ่อยๆ เพราะมันอยู่ได้ทั่วทุกมุมโลกเลยนั่นก็คือ นกนางแอ่นโรงนา นั่นเองค่ะพอคุ้นหน้าคุ้นตามันบ้างมั้ยคะ

นกนางแอ่นโรงนา (Barn Swallow)

นกนางแอ่นโรงนา

เนื่องจากมันมีสีสันที่ค่อนข้างที่จะโดเด่นและเราก็จะเห็นมันแล้วจำได้ เพราะมันจำง่ายนั่นเองค่ะแถมยังพบได้ทั่วไป ส่วนมากแล้วมันมักจะอยู่ในโซนยุโรปเป็นส่วนใหญ่ แต่ในทวีฟอื่นๆอย่างเช่น แอฟริกา อเมริกาและเอเชียก็สามารถพอเจอได้เช่นเดียวกันค่ะเพื่อนๆ

สายพันธุ์ของนกนางแอ่นชนิดนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อนึงนั่นก็คือ นกนางแอ่นสายพันธุ์มาร์ตินนั่นเองค่ะ นอกจากนี้พวกมันยังแบ่งชนิดออกมาแบบย่อยๆอีก 6 ประเภทอีกด้วยนะคะ เพราะมันมีหลายสายและสามารถผสมพันธุ์กันได้หมดเลยนั่นเองค่ะ ทำให้พวกมันมีสีสันที่สดใสต่างกันไปนั่นเอง

ส่วนมากแล้วตามธรรมชาติเราก็จะเห็นว่า ตัวผู้จะมีขนาดที่แตกต่างและใหญ่กว่าตัวเมียนั่นเองค่ะ แต่ก็จะไม่ได้ห่างกันเยอะนะคะ จากต่างกันเฉลี่ยแล้วจะไม่เกิน 19 ซม. และอาจจะมีน้ำหนักไม่เกิน 22 กรัม ถ้าใหญ่กว่านี้ก็จะถือว่าอ้วนแล้วค่ะ

นกนางแอ่นโรงนา

ส่วนขนาดสีของมันก็จะดูได้ไม่ยากเลยค่ะ เพราะสีสันสดใส แถมยังมีหลากหลายสีอีกด้วย แต่ส่วนมากที่เราเห็นอยู่บ่อยๆก็จะเป็นสีออกฟ้าและสีน้ำเงินไล่สีกันนะคะ และมีขนหางที่ยาวออกมากว่าตัวของมันนิดหน่อยค่ะ

นอกจากนี้ความสามารถพิเศษของมันยังชอบร้องเพลงอีกด้วยนะคะ เหมือนตามในการ์ตูนที่มีนกชอบร้องเพลงเลยค่ะ แต่เจ้านกตัวผู้มักจะชอบร้องเพลงมากกว่านกตัวเมียนะคะ

ที่มันได้ชื่อว่านกนางแอ่นโรงนานั่นก็เป็นเพราะว่า มันชอบไปอาศัยอยู่ตามโรงนานั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตามทุ่งหญ้า หรือว่าจะเป็นพื้นที่เพาะปลูกของชาวไร่ ชาวนา มันก็ชอบไปรบกวนอยู่บ่อยๆ นอกจากนี้เวลาพวกมันอยู่ด้วยกันยังชอบอยู่กันเป็นฝูงแบบจำนวนมากอีกด้วยนะคะ

เป็นฝูงหนาแน่นแบบเป็นฝูงใหญ่ๆเลยล่ะค่ะ โดยส่วนมากมันมักจะไม่ชอบอยู่ตัวเดียว เราจะไม่ค่อยเห็นมันอยู่ตัวเดียวใช่มั้ยล่ะคะ เพราะถ้าอยู่น้อยๆ ก็จะอยู่กัน 2 ตัวขึ้นไปค่ะ นอกจากนี้มันยังมักจะอพยพกันในช่วงฤดูหนาวอีกด้วยนะคะ

นกนางแอ่นโรงนา

หรือว่าใกล้ช่วงฤดูผสมพันธุ์ มันก็จะอพยพแต่พวกมันจะหลีกเลี่ยงที่ร้อนและที่เป็นทะเลทรายนะคะ มันจะอพยพไปป่าทึบและที่ที่มีป่าแบบร่มรื่น จะออกร้อนชื้นหน่อยยิ่งชอบเลยค่ะ

พวกมันมีความสามารถพิเศษคือมันจะบินด้วยความเร็วสูงโดย 20 เมตรต่อวิเลยล่ะค่ะ ถือว่าไวมากๆเลยนะคะ โดยทั่วไปมันจะชอบกินพืชเป็นอาหารหรือจะเป็นพวกเมล็ดพืชต่างๆ รวมไปถึงพวกแมลงตัวเล็กๆ เพลี้ยอ่อนและพวกผลไม้อีกด้วยค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก Shih Tzu

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ชิสุ

  ถ้าพูดถึงมาที่คนนิยมเลี้ยงกันมากๆแล้วจะไม่พูดถึงสายพันธุ์นี้ไม่ได้เลยค่ะนั่นก็คือ ชิสุ นั่นเอง เป็นที่นี่ยมเลี้ยงกันมากๆในหมู่สาวๆชอบสายน้องหมาตัวเล็ก

            ชิสุ (Shih Tzu)

ชิสุ

มันมีถิ่นกำเนิดมาจากเอเชียบ้านเรานั่นเองค่ะ ต้นกำเนิดของมันจริงๆแล้วอยู่ที่ประเทศทิเบตแต่หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้นะคะ มันเป็นหมาที่มีทั้งขนสั้นและขนยาวแถมยังน่ารัก ขี้อ้อนมากๆอีกด้วยนะคะ

มันเป็นหมาที่มีขนาดเล็กจิ๋วพกพาไปไหนมาไหนง่าย มันมักจะมีดวงตาที่กลมโตและมีขนยาว คนจีนมีชื่อเรียกให้มันว่าเป็นหมาหัวสิงโตอีกด้วยนะคะ

เพราะหัวของมันมีขนยาวเหมือนกับสิงโตนั่นเองค่ะ ลักษณะขนของมันก็จะมีความหยัก ถ้าขนสั้นนะคะ แต่ถ้าขนยาวก็จะขนสลวยสวย บางตัวเลี้ยงดีๆขนสวยกว่าคนอีกด้วยนะคะ

ส่วนใหญ่แล้วพวกมันมีน้ำหนักไม่เกิน 7.5 กิโลกรัมและจะปลุกคุมไปด้วยขนยาวยาวและมีแบบหนานุ่มเลยล่ะค่ะสีของมันก็เท่าที่เราเห็น

ก็จะออกสีเค้าขาวและอาจจะมีสีเทาปนบ้างแล้วแต่ว่าพ่อพันธุ์หรือว่าแม่พันธุ์จะเป็นสีไหนลูกของมันก็จะออกมาเป็นสีประมาณนั้นค่ะ

เราจะเห็นในหลายหลายครั้งที่ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่มักจะพามันเข้าไปตัดขนเพราะว่าบางครั้งที่ขนของมันยาวออกมาก็ยาวจนทิมตาเลยล่ะค่ะการเลี้ยงดูนั้นเราก็ต้องหมั่นแปลงขนให้มันทุกๆวัน

ชิสุ

เพราะว่าคนมันจะพันกันเป็นสังกะตังเลยล่ะค่ะตามธรรมชาติขนของมันสามารถยาวทิ่มตาหรือว่ายาวปิดตาของมันเลยหากว่าเราไม่ไปร้านปูมิ่งดังนั้นใครที่คิดจะเลี้ยงก็ต้องมีทุนในการพามันเข้าร้านเสริมสวยด้วยนะคะ

และแน่นอนค่ะเจ้าหมาพันธุ์เล็กน่ารักพวกนี้ก็มักจะมีปัญหาสุขภาพตามมาควบคู่ไปกับสายพันธุ์ของมันหรือว่ามาตามกรรมพันธุ์ของมันนั่นเองค่ะแล้วแต่ว่าสายพันธุ์นั้นจะมีเลือด

และโรคมาหรือไม่ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็มักจะเกิดตั้งแต่มันอายุยังน้อยถ้าเพื่อนเพื่อนพามันไปหาหมอได้ทานก็อาจจะรักษาตั้งแต่เด็กๆก็อาจจะไม่เป็นหนักก็ได้ค่ะ

โรคส่วนใหญาที่เรามักที่เจอก็เป็นโรคเกี่ยวกับปัญหาสายตาของมันนั่นแหละค่ะ แต่โดยทั่วไปตามธรรมชาติเมื่อหมามีอายุมากขึ้นก็จะมีปัญหาสายตาที่ไม่ค่อยดีตามอายุของมันนั่นแหละค่ะ

ชิสุ

 สัตวแพทย์ส่วนใหญ่จะเริ่มแนะนำให้เราซื้อยาหยอดตาเพื่อช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองของมันเพราะเนื่องจากมันมีดวงตาที่กลมโต จึงทำให้มันมีปัญหาตาแห้งอยู่บ่อยครั้ง

แล้วพี่ส่วนแรงงานที่เจอก็เป็นโรคเกี่ยวกับปัญหาสายตาของมันนั่นแหละค่ะแต่โดยทั่วไปตามธรรมชาติเมื่อหมามีอายุมากขึ้นก็จะมีใส่ปลาที่ไม่ค่อยดีตามอายุของมันนั่นแหละค่ะ

สัตวแพทย์ส่วนใหญ่จะเริ่มแนะนำให้เราซื้อยาหยอดตาเพื่อช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองของมันเพราะเนื่องจากมันมีดวงตาที่กลมโต สิ้นท่าตาแห้งได้ง่าย

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ คลิก Barred Owl

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

นกฮูกมีหนาม

    เจ้านกหน้าตาน่ารักตัวนี้มันมีชื่อว่า นกฮูกมีหนาม ซึ่งมักจะอาศัยอยู่แถบภาคเหนือของของอเมริกานั่นเองค่ะ คนในพื้นที่จะรู้กันดีนะคะว่ามันมีเสียงดังเหมือนกับแตรรถเลยค่ะ มันเลยมีอีกชื่อนึงว่านกฮูกแตรนั่นเอง

            นกฮูกมีหนาม (Barred Owl)

นกฮูกมีหนาม

มันถูกพบเจอและได้นำมาบรรบายโดยนักบรรยายเป็นครั้งแรก เค้ามีชื่อว่า เบนจามิน สมิธ ซึ่งเค้าเป็นนักธรรมชาติค่ะเค้าเริ่มบรรยายเป็นครั้งแรกในปี 2342 ซึ่งเค้าบรรยายเอาไว้ว่ามันเป็นนกขนาดกลาง แต่มีลักษณะและโครงสร้างและมีกรงเล็บที่ค่อนข้างสั้นนั่นเองค่ะ

ซึ่งในสมัยก่อนนั้นมีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของมันแล้วพบว่ามันมีขาดใหญ่กว่าปัจจุบันอยู่มาก ซึ่งตอนค้นพบก็คาดว่าน่าอยู่ในแถบฟลอลิด้า เทนเนสซีและออนแทรีโอนั่นเองค่ะ

พวกมันถูกแบ่งออกตามสปีชีย์ในแต่ละภูมิภาคด้วยนะคะ เพราะในแต่ละที่พวกพวนก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันไปแต่อาจจะไม่ได้แตกต่างกันมาก อาจจะต่างกันตรงที่ขนาด สีของขนมันหรือว่าขนาดนั่นเองค่ะ แต่ทั้งหมดที่แอดมินพูดมาจะแบ่งออกมาเป็น 3 ประเภทแบบย่อยๆนะคะ

แบบแรกก็คือแบบเวอเรีย 1799 ค่ะ ส่วนใหญ่แล้วสายนี้จะอาศัยอยู่ทั่วอเมิริกาแถบตะวันออกเฉียงเหนือเลยนะคะ และจะเจอได้ที่ภาคเหนือของจอร์เจียอีกด้วยค่ะ

นกฮูกมีหนาม

โดยทั่วไปมันจะมีสีน้ำตาลและสีเทาค่ะ  ซึ่งตัวผู้ก็จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าตัวเมียค่ะโดยเฉลี่ยแล้วความยาวของมันก็จะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 14 นิ้วนั่นเองค่ะ

แบบที่สองก็จะเป็นสาย จีออจีก้า 1801 ซึ่งส่วนใหญ่จะพบแถวนอร์ทแคโรไรน่าเราจะพบตามแถบชายฝั่งจอร์เจียและแคลิฟลอเนียทั้งหมดเลยค่ะ

ซึ่งมันจะมีขาดตัวที่เล็กกว่า 3 ประเภทที่แอดได้กล่าวไปนะคะ ขนาดของมันเฉลี่ยแล้วจะอยู่ไม่เกิน 9 นิ้วและน้ำหนังไม่เกิน 800 กรัมนั่นเองค่ะ ถือว่าเป็นขนาดพอเหมาะไม่น่ากลัวมากนะคะ

แบบที่ 3 จะเป็นแบบ เฮลโวร่า 1899 ซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่มากที่สุดและจะกระจายอยู่แถบตะวันตกเคอร์เคาท์ตี้ สีของมันก็จะซีดกว่าสายอื่นๆ ปากและเท้าของมันก็จะมีขนาดที่ใหย่กว่า 2 ชนิดก่อนหน้านี้ที่แอดได้กล่าวไปนั่นเองค่ะ

นกฮูกมีหนาม

มันมีอุปนิสัยค่อนข้างเงียบและรักสันโดษค่ะ แต่ก็มีนิสัยขี้เบื่อ หัวของมันส่วนใหญ่ก็จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวของมันนั่งเองค่ะ

ที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติส่วนใหญ่ของมันก็จะอยู่ตามป่าผลัดใบค่ะ หรือจะเป็นพวกป่าผสมและป่าสนที่มีความชื้นๆ แต่ในสมัยนี้เราไม่ต้องแหวกป่าเข้าไปดูแล้วนะคะเพราะตามสวนสัตว์ก็มีให้ดูนั่นเองค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ คลิก Barnacle

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

แบดเจอร์

 แบดเจอร์  เป็นสัตว์ที่จัดอยู่ในกลุ่มจำพวก นาก วูฟและพวกพังพอนค่ะ เพราะมันหน้าตาและลักษณะคล้ายกันมากๆ แถมยังน่ารักอีกด้วยทำให้คนจำพวกมันสลับกันอยู่บ่อยๆนั่นเองค่ะ

            แบดเจอร์ (Badger)

แบดเจอร์

เจ้าตัวแบคเจอพี่แอดมินกำลังจะพูดถึงนี้จัดรวมอยู่กับอีก 15 ชนิดด้วยนะคะโดยปกติแล้วส่วนมากเรามักจะเจออยู่ในอเมริการเป็นส่วนใหญ่รองลงมาก็คือรีเทล

และแมรีซึ่งมันจะแยกต่างกันตรงที่ขนาดนั้นเองค่ะโดยปกติพวกมันจะมีลักษณะมีกลิ่นเหม็นซึ่งกลิ่นเหม็นของมันนี่ที่เป็นอันดับที่สองของเอเชียเลยก็ว่าได้ค่ะ

ลักษณะทางพันธุกรรมโดยทั่วไปของมันส่วนมากแล้วมันจะมีฟันผุที่เชื่อมต่อกับกะโหลกหัวของมันซึ่งมีความแข็งแรงและทนทานกว่ามากๆเลยค่ะแต่ก็ไม่ได้ขัดขวางการเคลื่อนไหวของมันนะคะเพราะว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขากรรไกรแข็งแรงมากที่สุดอีกตัวนึงเลยล่ะค่ะ

โดยทั่วๆไปที่เราเจอมันในยุโรปแล้วในทวีปยุโรปเราจะเจอมันมีขนาดใหญ่มากที่สุดต่างจากทวีปอื่นๆได้เลยค่ะนอกจากนี้มันยังมีน้ำหนักโดยเฉลี่ยแล้วไม่เกิน 11 กิโลกรัมแต่พวกตัวที่อยู่แถบเอเชียจะมีน้ำหนักประมาณ 18 กิโลกรัมนั่นเองค่ะ

แบดเจอร์

ก่อนที่มันจะได้ชื่อว่าแบดเจอร์นั้นในสมัยก่อนมันมีชื่อเต็มเต็มว่าแบดเจอร์ยุโรปซึ่งมาจากภาษาบาลีเกียร์ก่อนหน้านั้นในช่วงศตวรรษที่ 16 มีการสันนิษฐานว่ามันมีเครื่องหมายสีขาวอยู่ที่กลางหน้าผากซึ่งเป็นสัญลักษณ์ตามการขุดซากนั่นเองค่ะ

โดยส่วนมากเราจะพบเจอมันอยู่แถวทวีปอเมริกาเหนือและไอร์แลนด์แต่มันก็ยังพบเจอได้ทั่วไปตามประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นนะคะแต่ส่วนมากมันจะอยู่แถบภาคอีสานของญี่ปุ่น

และชาวเกาะมารีนในอินโดนีเซียนั้นเองค่ะเรามาดูพฤติกรรมที่แตกต่างกันไปของแต่ละทวีปแล้วกันนะคะโดยปกติแล้วพวกมันจะอาศัยอยู่กันเป็นคู่

หรือว่าอยู่กันเป็นครอบครัวอยู่ลำโพงนั่นเองค่ะซึ่งบางโพอาจจะมีขนาดที่กว้างมากบางตัวก็ชอบอยู่ตามลำพังแต่มันมักจะย้ายบ้านไปเรื่อยเรื่อยตามฤดูกาลนั่นเองค่ะ

แบดเจอร์

ความสามารถพิเศษอีกอย่างนึงของมันนะคะมันสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงซึ่งมันสามารถวิ่งได้ถึง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยล่ะค่ะซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้นสั้นพวกมันมักจะชอบหากินเวลากลางคืนและกลับกันตัวผู้มักจะออกหากินมาให้ตัวเมียซะมากกว่าค่ะ

พวกมันส่วนใหญ่มันก็ชอบจะกินพวก ไส้เดือน แมลง หรือแม้แต่ดวงไข่ พลเมืองแถวนั้นมักจะเห็นพวกมันเอาพื้นดินมาทำเป็นลังนกหรือว่ามันก็กินสัตว์เลี้ยงเลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำหรือว่าสัตว์เลื้อยแล้วก็รวมไปถึงพวกรากและผลไม้ด้วยนะคะ แต่ก็ต้องเป็นขนาดที่มันพอล่าได้นะคะ ไม่งั้นมันก็กินไม่ได้นั่นเองค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ คลิก babirusas

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

หมูป่าบาบิรูซ่า

   วันนี้แอดมินจะมาพูดถึงเจ้า หมูป่าบาบิรูซ่า ซึ่งมันเป็นหมู่ป่าที่มักพบได้มากในประเทศอินโดนีเซียนั่นเองค่ะ จุดเด่นของมันที่เราจะสามารถเห็นได้ชัดเลยนั่นก็คือเขี้ยวที่ยาวออกมาของมันนั่นเองค่ะ

            หมูป่าบาบิรูซ่า (babirusas)

หมูป่าบาบิรูซ่า

มันเป็นหมูที่ถูกแยกออกมาหลายสายพันธุ์ค่ะ แต่ล่าสุดมันได้ถูดจัดออกมาเป็นหมู่ป่าอีกสปีย์ชี่นึงอย่างเป็นทางการแล้วนะคะ ซึ่งเค้าว่ากันว่ามันอยู่มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์แล้วค่ะ

เพราะว่าปัจจุบันได้มีการขุดพบซากดึกดำบรรพ์ของมันซึ่งมันบ่งบอกได้ว่าในสมัยก่อนมันมีขนาดที่ใหญ่กว่านี้มากแต่มันได้มีการวิวัฒนาการจนตัวเล็กลงมาเยอะแล้วนั่นเองค่ะส่วนมากแล้วเรามักจะจเอมันอยู่ทางตอนเหนือของเกาะซูลาประเทศอินโดนีเซียนั่นเองค่ะเพื่อนๆ

เรามาดูลักษณะโดยทั่วไปของมันกันดีกว่าค่ะรูปร่างโดยทั่วไปของมันก็หมูป่านั่นแหละค่ะเพื่อนๆ แต่ว่าเจ้าตัวผู้มันจะมีเขี้ยวที่ยาวออกมาจนเราเห็นได้ชัดซึ่งเขี้ยวจะทะลุผ่านผิวหนังและจะยื่นออกมาข้างหน้า เขี้ยวล่างของมันก็ยาวออกมาและโค้งเช่นเดียวกันค่ะ

หมูป่าบาบิรูซ่า

พวกมันมีขนที่มีความยาวและหนาเป็นขนแบบแข็งๆค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่เราจะเห็นว่ามันจะมีสีขนเป็นสีน้ำตาลและสีดำ แต่มันมีสีขาวด้วยนะคะ แต่เป็นส่วนน้อยเพราะหายากเหมือนกันค่ะในปัจจุบัน ส่วนเจ้าตัวเมียก็จะมีขนาดตัวเล็กกว่าตามธรรมชาติและมีเขี้ยวที่ยาวออกมาสั้นกว่านั่นเองค่ะ

ส่วนมากแล้วมันมักจะชอบอาศัยอยู่ในป่าเขตร้อนค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้ชายฝั่ง นอกจากนี้พวกมันยังชอบอาบแดดอีกด้วยนะคะ  พวกมันมักจะมีนิสัยกินไม่เลือกเหมือนกับหมูทั่วไปนั่นแหละค่ะ เจออะไรมาก็กินหมด

เพราะมันมีทางเดินอาหารคล้ายๆกับหมูบ้านที่เราพบเห็นได้ทั่วไปซึ่ง กรามของมันจะมีความแข็งแรงมากเพราะโดยปกติมันเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องนั่นเองค่ะเพื่อนๆ อาหารจานโปรดของมันส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวก ราก หรือว่าพวกผลไม้หรือจะแม้กระทั่ง วัสดุที่ทำจากสัตว์มันก็กินค่ะซึ่งเขี้ยวของมันสามารถหักท่อนไม้ได้เลยค่ะ

หมูป่าบาบิรูซ่า

เพราะว่ามีความแข็งแรงมากนั่นเอง เขี้ยวของมันปกติก็มีเอาไว้ป้องกันตัวจากอันตรายตามธรรมชาติค่ะ พวกมันมักจะชอบอยู่ตัวเดียวเพราะว่ามีนิสัยออกจะสันโดษและโลกส่วนตัวสูงอยู่บ้าง แต่ถ้าอยู่เป็นกลุ่มก็มักจะเจออยู่ไม่เกิน 3 ตัวค่ะ แต่มันก็จะต่างคนต่างอยู่นะคะ ไม่ได้สุงสิงกันมาก

โดยฉะเพาะเวลาที่มันท้องหรือว่ามีลูกอ่อนมันก็มักจะอยู่กับลูกของมันเพียงลำพัง และจะมีความก้าวร้าวนิดหน่อยสไตล์แม่ลูกอ่อนค่ะ  โดยในปัจจุบันมันก็เป็นแรงบัลดาลใจให้ชาวอินโดนีเซียทำหน้ากากเป็นรูปหน้ามันออกมาด้วยนะคะ เพราะมันเป็นสัญลักษณ์ของปีศาจนั่นเองค่ะเพื่อนๆ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ คลิก Axolotl

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ลาบราดูเดิ้ล

  เจ้าหมาน้อยหน้าตาแปลกๆตัวนี้เพื่อนๆอาจจะจับสับสนกับหมาที่เหมือนหมูหยองอีกสายพันธุ์นึงใช่มั้ยล่ะคะแต่ว่าไม่ใช่ค่ะ มันมีชื่อของมันจริงๆว่า ลาบราดูเดิ้ล และเป็นที่นิยมในการเลี้ยงกันอีกด้วยนะคะ

            ลาบราดูเดิ้ล (Labradoodle)

ลาบราดูเดิ้ล

เจ้าหมาสายพันธุ์นี้มองแบบเผลิญๆเพื่อนๆอาจจะเข้าใจว่ามันเป็นหมาสายพันธุ์พุดเดิ้ลใช่มั้ยล่ะคะ แต่จริงๆแล้วมันเป็นลูกผสมระหว่างลาบลาดอร์กับพุดเดิ้ลนั่นเองค่ะเพื่อนๆ ซึ่งการตั้งชื่อสายพันธุ์ของมันก็ดูไม่ยากนะคะเพราะเอาสองชื่อมารวมกันง่ายๆนั่นเองค่ะ

ซึ่งพวกมันก็ไม่ได้จะเลี้ยงง่ายๆนะคะ เพราะเพื่อนๆก็น่าจะพอรู้กันว่าการที่เรานำหมามาหรือว่าสัตว์ชนิดอื่นๆก็ตามมาผสมข้ามสายพันธุ์กัน สัตว์ที่ออกมานั้นมักจะไม่ค่อยแข็งแรงและสมบูรณ์เท่าไหร่ ซึ่งพวกมันก็มักจะไม่ค่อยแข็งแรงนั่นเองค่ะ

แต่ถ้าหากว่าโชคดีแต่ก็เป็นส่วนน้อยนะคะ ก็อาจจะออกมาสมบูรณ์แข็งแรงแต่ก็ไม่ค่อยมากนะคะเพราะก็อาจจะออกมาดูเหมือนปกติแต่ก็จะมีอาการอื่นๆตามมาด้วยนั่นเองค่ะ ซึ่งโรคที่มักจะเจอส่วนใหญ่ก็จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับสายตาและพวกโรคแอดดิสันนั่นเองค่ะ

พวกมันถูกนำมาผสมกันครั้งแรกเมื่อปี 1955ซึ่งพ่อพันธุ์ของมันอยู่ที่ออสเตรเลียซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคนอย่างเลี้ยงพุดเดิ้ลแต่ไม่อยากให้มันมีขนหนาหรือว่าอาจจะแพ้ขนจึงนำลาบราดอร์มาผสมนั่นเองค่ะ

ลาบราดูเดิ้ล

แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบที่เค้าคิดนะคะเพราะว่ายีนส์เด่นของมันนั้นเป็นขนยาวทำให้หน้าตาของมันออกมาเป็นแบบที่เพื่อนๆเห็นนั่นเองค่ะ ซึ่งในปัจจุบันนี้มันก็ยังไม่ได้รับรองว่าเป็นหมาพันธุ์แท้ที่ได้รับมาตราฐานหรอกนะคะ เพราะว่าการผสมออกมายังไม่คงที่นั่นเองค่ะ

ส่วนมากแล้วคนมักจะนำมันไปเลี้ยงเพื่อนเป็นหมานำทางเพราะมันมีความฉลาดเหมือนกับเจ้าลาบราดอร์นั่นเองค่ะ

ลักษณะนิสัยแบบทั่วไปของมันก็จะอยู่กลางๆระหว่างพุดเดิ้ลกับลาบลาดอร์แต่ก็ยังคาดเดามากไม่ได้เพราะขึ้นอยู่กับยีนส์ว่าได้ฝั่งไหนมามากกว่ากันนั่นเองค่ะ ซึ่งมันจะรวมไปถึงรูปร่างและพวกเรื่องของอารมณ์ด้วยนะคะแต่โดยรวมก็เป็นน้องหมาที่นิสัยดีนั่นแหละค่ะ

ลาบราดูเดิ้ล

ขนของพวกมันก็จะแบ่งออกเป็นสามแบบนะคะ มีแบบขน หรือว่าจะเหมือนขนแกะ และขนสั้นเหมือนลาบราดอร์โดยส่วนใหญสีขนจะออกสีช็อคโกแล็ต แดง ดำ เงิน เป็นส่วนใหญ่

ตามแบบสีพ่อและแม่พันธุ์นั่นเองค่ะมันเป็นหมาที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก จะมีขนาดประมาณกลางๆซึ่งก็จะไม่ใหญ่เกินพ่อแม่มันนั่นเองค่ะเพื่อนๆ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก Bulldog

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

บูลด็อก

  เจ้าหมาน้อยน่ารักสายพันธุ์ บูลด็อก ตัวนี้นั้นชื่อเต็มๆของมันก็คือบริติชบลูด็อกนั่นเองค่ะแต่เพื่อนๆคงจะไม่ค่อยชินเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยมีคนเรียกชื่อเต็มๆของมันนั่นเองค่ะ

            บูลด็อก (Bulldog)

Bulldog

เจ้าน้องหมาสายพันธุ์นี้แค่เราเห็นหน้าของมันก็คงจะคุ้นเคยดีใช่มั้ยล่ะคะเพราะว่าพวกมันมักถูกนิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงนั่นเองค่ะ พบเจอง่ายๆตามบ้านทั่วไปเลยนะคะ เพราะมันเป็นหมาที่มีเอกลักษณ์อย่างการที่มันมีจมูกหน้าย่นๆเข้าไปนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ยังไปโผล่อยู่ในการ์ตูนชื่อดังอย่างเรื่องทอมแอ็นเจอรี่อีกด้วยนะคะ

เจ้าหมาสายพันธุ์นี้เพื่อนหลายคนอาจจะยังไม่รู้นะคะว่าต้นกำเนิดจริงๆของมันนั้นมาจากประเทศอังกฤษนั่นเองค่ะซึ่งมันถือว่าเป็นหมาประจำประเทศเลยก็ว่าได้นะคะเพราะมันแสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวและมีความมุ่งมั่นนั่นเองค่ะ

ลักษณะโยยทั่วไปของเจ้าหมาตัวนี้ก็ดูไม่ยากค่ะเพราะมันจะมีลักษณะปากที่กว้างหรือหลายๆคนมักเรียกมันว่าหมาฟันเหยินนั่นแหละค่ะ เพราะเวลาที่มันทำหน้าปกติฟันล่างของมันก็มักจะยื่นออกมานอกจากนี้ยังมีตาที่กลมโตบ้องแบ๊วอีกด้วยนะคะไม่แปลกใจเลยค่ะทำไมถึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันนัก

โดยปกติแล้วตัวผู้ก็จะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าตัวเมียซึ่งขนาดของมันก็จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25 กก. ซึ่งเป็นหมาที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากค่ะ และน้ำหนักของเจ้าตัวเมียก็จะไม่เกิน 23 กก.นั่นเองค่ะเพื่อนๆ

Bulldog

พวกมันมักจะมีหางที่สั้นแต่ที่เรามักเห็นหางกุดนั้น เป็นเพราะว่าทางผู้เลี้ยงหรือฟาร์มจะตัดหางพวกมันตั้งแต่พวกมันยังเป็นลูกหมาตัดแต่งเพื่อความสวยงามนั่นเองค่ะ เพราะเค้ามีความเชื่อกันว่าเวลาพวกมันหางสั้นหรือหางกุดพวกมันจะมีความสง่างามและสวยกว่าการมีหางนั่นเองค่ะ

โดยธรรมชาติแล้วมันไม่ได้มีนิสับที่มีความก้าวร้าวนะคะ ส่วนมากจะเป็นมิตรซะมากกว่าค่ะ พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวเอามากๆ เพราะในสมัยนี้พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ส่วนใหญ่จะถูกบีทเพื่อเอาความก้าวร้าวออกไปหมดแล้ว

แต่ก็ขึ้นอยู่กับสายเลือดนะคะ เพราะถ้าหมาพ่อแม่มันมีความดุก็อาจจะสืบทอดความก้าวร้าวดุดันออกมาทางสายเลือดได้นั่นเองค่ะ แล้วแต่ว่าผู้เลี้ยงอยากเลี้ยงแบบไหนนั่นเองค่ะ พวกมันมักจะมีความอดทนสูงแต่ก็ยังแอบมีความเป็นหมาเด็กอยู่บ้างเล็กน้อยเพราะจะมีความดื้อรั้นตามประสาหมานั่นปหละค่ะ

Bulldog

นิสัยของพวกมันก็จะขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของเจ้าของ เพราะถ้าเลี้ยงปล่อยหรือว่าเราตามใจมันมากเกินไปมันก็อาจจะคิดว่ามันเป็นนายตัวเองและเป็นเจ้าของบ้านหรือว่าไม่กลัวเจ้าของก็อาจจะมีนิสัยดื้อรั้นพูดไม่เชื่อฟังบ้าง เราก็ต้องใจเย็นค่อยๆสอนเค้าไปค่ะ เหมือนกับเราสอนเด็กน้อยคนนึงเลยล่ะค่ะ

แต่ก็ยังมีโรคประจำตัวที่น่าห่วงสำหรับเจ้าหมาน้อยสายพันธุ์นี้อยู่นะคะ เพราะว่ามีการวิจัยออกมาแล้วว่าพวกมันมักจะเสียชีวิตลงจากโรคหัวใจซึ่งเป็นโรคที่มักติดมากับสายพันธุ์นี้นั่นเองแหละค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าจะเลี้ยงพวกมันก็ต้องมีเงินเพื่อที่จะพาเค้าไปตรวจสุขภาพบ่อยๆด้วยนะคะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก Aurochs

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *