คลังเก็บหมวดหมู่: สัตว์บก

สัตว์บก (Terrestrial animal)

สัตว์บก เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ส่วนใหญ่หรือทั้งหมดในที่ดิน (เช่นแมว , มด , เดอร์ ) เมื่อเทียบกับสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ส่วนใหญ่หรือทั้งหมดในน้ำ (เช่นปลา , กุ้ง , หมึก ) หรือครึ่งบกครึ่งน้ำซึ่งพึ่งพา การรวมกันของน้ำและภาคพื้นดินที่อยู่อาศัย (เช่นกบหรือ จิ้งจก ) สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบนบก ได้แก่มด , แมลงวัน , จิ้งหรีด ,ตั๊กแตนและแมงมุม .

การติดฉลากสัตว์ชนิด “บก” หรือ “สัตว์น้ำ” มักจะคลุมเครือและกลายเป็นเรื่องของการตัดสิน สัตว์หลายชนิดที่ถือว่าอยู่บนบกมีวงจรชีวิตซึ่งส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการอยู่ในน้ำ เพนกวิน , แมวน้ำ

และวอลรัสนอนหลับบนบกและอาหารในทะเลพวกเขาก็ยังได้รับการพิจารณาทั้งหมดบก แมลงหลายชนิด เช่นยุงและปูบกทั้งหมด รวมทั้งสัตว์จำพวกอื่น ๆ มีระยะวงจรชีวิตในน้ำ: ไข่ของพวกมันต้องวางและฟักในน้ำ หลังจากฟักมีรูปแบบน้ำต้นทั้งผีสางเทวดาหรือตัวอ่อน

มีปูที่มีลักษณะเป็นน้ำโดยสมบูรณ์ ปูที่เป็นสะเทินน้ำสะเทินบก และปูที่อยู่บนบก ปู Fiddlerถูกเรียกว่า “กึ่งบก” เนื่องจากพวกมันทำโพรงในพื้นผิวที่เป็นโคลน ซึ่งพวกมันจะล่าถอยในช่วงที่น้ำขึ้นสูง

เมื่อน้ำลด ปูไวโอลินออกหาอาหารตามชายหาด เดียวกันเป็นจริงในหอย หลายร้อยหอยจำพวกและสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในสถานการณ์กลางเช่นตัวอย่างเช่นTruncatella หอยทากบางชนิดมีเหงือกอาศัยอยู่บนบก และบางชนิดที่มีปอดอาศัยอยู่ในน้ำ

นอกจากสัตว์บกและสัตว์น้ำล้วนแล้ว ยังมีสปีชีส์นอกเขตอีกมากมาย ไม่มีเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลในการตัดสินใจว่าจะติดฉลากชนิดพันธุ์เหล่านี้อย่างไร ดังนั้นงานบางอย่างจึงถูกโต้แย้ง

หลักฐานฟอสซิลแสดงให้เห็นว่าสัตว์ทะเลซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเกี่ยวข้องกับสัตว์ขาปล้อง ได้เริ่มโจมตีบนพื้นดินเมื่อประมาณ 530 ล้านปีก่อน อย่างไรก็ตาม

ตะขาบ

            ตะขาบ แค่ได้ยินชื่อบางคนก็เริ่มขนลุกกันแล้วใช่มั้ยล่ะคะ ด้วยความที่มันเป็นสัตว์ขาเยอะและมันยังจัดอยู่ในกลุ่มของอาร์โทรพอร์ตอีกด้วยนั่นเองค่ะ

ตะขาบ (Centipede)

ตะขาบ

            สัตว์ในกลุ่มนี้ยังรวมไปถึงพวกกิ้งกือด้วยนะคะและรวมไปถึงสัตว์ที่มีหลายขาอีกหลายชนิดเลยล่ะค่ะ พวกมันส่วนใหญ่เราก็รู้กันอยู่แล้วนะคะว่ามันเป็นสัตว์มีพิษ ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นแบบนั้นนั่นแหละค่ะ

พิษของพวกมันถ้าเพื่อนๆได้ลิ้มลองแอดมินบอกเลยนะคะ ว่ามันสุดแสนจะทรมานเพราะมันจะทำให้เพื่อนๆนั้นเจ็บปวดและทรมานเอามากๆเลยล่ะค่ะ

นอกจากนี้พวกมันยังสามารถมีขาได้หลายแบบนะคะแต่แอดว่ามีหลายๆคนเชื่อว่าพวกมันมีถึง 100 ขา อันนี้จะเป็นความจริงรึเปล่าแอดมินมีคำตอบค่ะ

จริงๆแล้วพวกมันหลายชนิดนะคะตั้งแต่มีขาจำนวนน้อยๆไปถึงการมีขาจำนวนเยอะ เท่าที่มีการค้นพบมาตสายพันธุ์ที่มีน้อยมากที่สุดก็จะมีประมาณ 30 ขาค่ะ และอาจจะมีมากถึง 3 ร้อยกว่าขาขึ้นไปเลยก็มีค่ะ

ส่วนขนาดของพวกมันนั้นก็จะแตกต่างกันไปอยู่ตรงที่ความยาวค่ะ เพราะว่าตัวไหนที่เกิดมานานก็อาจจะมีขนาดที่ยาวหน่อย แต่ก็ต้องใช่เวลานะคะเพื่อนๆไม่ใช่ว่าเกิดมาแล้วจะยาวแบบที่เราเคยเห็นได้เลย

นอกจากนี้พวกมันยังมีสายพันธุ์ที่แยกออกมาแบบเยอะมากมาย ถ้าเทียบกับพันธุ์ทั่วโลกมีมากถึง 8 พันกว่าสายพันธุ์ทั่วโลกเลยล่ะค่ะ และมันสามารถมีลูกครั้งนึงมากกว่า 3 พันตัวเลยด้วยนะคะ

ตะขาบ

เรามาดูที่อยู่อาศัยที่เราจะสามารถเจอพวกมันง่ายๆกันดีกว่า ส่วนมากแล้วพวกมันจะชอบอากาศที่ร้อนชื้นเอามากๆเลยนะคะ อย่าเช่นตามโพรงไม้หรือว่าใต้ดินนั่นเองค่ะ

ที่พวกมันชอบอยู่แบบที่ชื้นๆก็เพราะว่าพวกมันนั้นไม่มีหนังกำพร้านั่นเองค่ะเพื่อนๆ ทำให้ผิวของมันจะแห้งเวลาเคลื่อนที่ก็จะเป็นไปได้ลำบาก

เพื่อนเคยเห็นพวกมันแห้งตายอยู่ตามกลางถนนหรือว่าเห็นซากของมันแห้งตายมั้ยคะ เพราะว่าพวกมันไม่สามารถขยับได้นั่นเองค่ะ เลยทำให้พวนเสียความชุ่มชื้นบนชั้นผิวของมัน เลยทำให้พวกมันแห้งตายแบบที่เราเห็นๆนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้เห็นพวกมันตัวเล็กๆก็อย่าลบืมว่ามันเป็นสัตว์มีพิษแถมยังเป็นสัตว์กินเนื้อประเภทที่ไม่มีกระดูกสัตว์หลังด้วยนะคะ

ถ้าเห็นตอนมักกินซากสัตว์แบบอยู่กันเป็นฝูงแบบหลายๆตัวแล้ว จะสัตว์ตัวใหญ่แค่ไหนแบบเดียวหายไปในพริบตาเลยล่ะค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก Chamois

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                               

ชามัวร์

            วันนี้แอดมินจะพาเพื่อนๆมาทำความรู้จักกับเจ้าตัว ชามัวร์ ซึ่งเพื่อนๆหลายๆคนอาจจะงงถ้ายังไม่ได้เห็นหน้าของมันเพราะประเทศเรามักจะรู้จักมันในอีกชื่อนึงนั่นก็คือเลียงผานั่นเองค่ะ

ชามัวร์ (Chamois)

ชามัวร์

            เห็นมันแบบนี้มันมีหน้าตาเหมือนกับพวกแพะหรือว่าพวกละมั่งใช่มั้ยล่ะคะ จริงๆแล้วมันเหมือนกับเป็นญาติห่างๆกันเลยค่ะเพื่อนๆ หลายๆคนตอนนี้ยังมักจะจำสับสนอยู่เลยนะคะ

พวกมันอาศัยอยู่ในยุโรปตะวันตกซึ่งสถานที่โปรดของมันก็ตามเทือกเขาเหมือนกับพวกละมั่งที่เราเคยเห็นโดยทั่วไปเลยล่ะค่ะเพื่อนๆ

พวกมันเป็นสัตว์ที่มีเขาขนาดเล็กมากกว่าพวกแพะนะคะ ถ้าเพื่อนๆลองสังเกตุดีๆ หรือว่ามันแตกต่างกันตรงนี้เนี่ยแหละค่ะ ความสูงของมันโดยเฉลี่ยแล้วก็จะไม่เกิน 70 ซม.และมันมีหางด้วยนะคะ

แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้มีโอกาสเห็นหางของมันหรอกค่ะ ถ้าเราจะเห็นหางของมันก็ต่อเมื่อมันเข้าสู่ฤดูหาคู่หรือว่าอยากมีแฟนนั่นเองค่ะเพื่อนๆ

ก็เหมือนกับสัตว์ชนิดอื่นๆโดยทั่วไปนะคะที่ตัวผู้มักจะมีน้ำหนักมากกว่าตัวเมียซึ่งน้ำหนักของเจ้าตัวผู้ก็จะอยู่ประมาณไม่เกิน 60 กก.และอีกอย่างตัวเมียจะมีความขาสั้นกว่าตัวผู้อีกด้วยค่ะ

ชามัวร์

แล้วเพื่อนๆรู้มั้ยคะว่าสีขนของมันสามารถเปลี่ยนได้ด้วยนะคะ แต่ก็ไม่ถึงขนาดพวกจิ้งจกหรือตัวอื่นที่ใช้พรางตัวนะคะ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่ว่าเวลาฤดูร้อนวนมาถึงพวกมันดูเหมือนจะเริ่มมีสีน้ำตาลที่เข้มขึ้นนั่นเองค่ะ

และยังสามารถเปลี่ยนเป็นสีเทาเมื่อใกล้เข้าฤดูหนาวอีกด้วยนะคะ  พวกตัวเมียก็จะมีหน้าที่เลี้ยงลูกน้อยของมัน ซึ่งเวลาเลี้ยงทีนึงไม่เหมือนกับลูกคนนะคะ เพราะมันต้องเลี้ยงลูกน้อยเรียกว่าเป็นฝูงเลยล่ะค่ะ

เพราะว่าอย่างต่ำก็ประมาณ 15 ตัวขึ้นไปนั่นเองค่ะ และมันก็จะอาศัยอยู่กับลูกของมันตามหน้าผา ช่วงผสมพันธุ์ของมันจะอยู่ช่วงประมาณปลายปีนั่นเองค่ะ

เวลาที่พวกมันเข้าสู่ฤดูการผสม ตัวผู้ก็จะมีความดุขึ้นอีกด้วยนะคะ เพราะว่ามันแสดงให้เห็นถึงความมีอำนาจและจะเริ่มการต่อสู่กันเพื่อแย่งตัวเมียนั่นเองค่ะ ใครชนะก็จะได้ตัวเมียไปนั่นเองค่ะ

ชามัวร์

ส่วนพวกตัวผู้ที่ถูกแม่เลี้ยงขึ้นมาจนโตแล้ว พวกมันก็จะเริ่มออกจากฝูงมาอยู่ตัวเดียวแบบเหงาๆ ซึ่งอยู่แบบนั้นแทบจะทั้งปีเลยค่ะจนกว่าฤดูผสมพันธุ์จะวนกลับมาอีกครั้งและสร้างครอบครัวนั่นเองค่ะ

ส่วนทางฝั่งของเจ้าตัวเมียนั้นพวกมันใช้เวลาในการตั้งท้องประมาณ 170 วันค่ะถ้าหากว่าเกิดเรื่องโชคร้ายอย่างแม่ตาย หรือว่าถูกล่าตายไปแล้วก็จะมพวกตัวเมียตัวอื่นๆมาช่วยกันเลี้ยงพวกเด็กๆต่อไปนั่นเองค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

แควาเลียร์คิงชาลส์สแปเนียล

                แควาเลียร์คิงชาลส์สแปเนียล เป็นน้องหมาที่ได้ความนิยมในการเลี้ยงอย่างมากเลยนะคะในปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะดาราหรือว่าคนดังก็มักจะชื่นชอบและนิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายค่ะ

แควาเลียร์คิงชาลส์สแปเนียล (Cavalier King Charles Spaniel)

แควาเลียร์คิงชาลส์สแปเนียล

                เพื่อนๆรู้มั้ยคะว่าเจ้าน้องหมาสายพันธุ์นี้ต้นกำเนิดของเค้าอยู่ที่ประเทศอเมริกานั่นเองค่ะ ในอเมริกามีฟาร์มเพราะเลี้ยงและจัดแสดงเยอะมากๆอีกด้วยนะคะแถมยังมีมาตั้งแต่ช่วงปี 2543 แล้วล่ะค่ะ

พวกมันเป็นหมาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอเมริกาด้วยนะคะเพื่อนๆ  พวกมันเริ่มมีการพัฒนาสายพันธุ์ช่วงศตวรรษที่ 17 ค่ะ ซึ่งทำให้พวกมันมีหน้าตาที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปนะคะอย่างเช่น จมูกของมันก็จะมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปแบบอาจจะมีความแบนมากกว่าเดิมค่ะ ซึ่งทำให้พวกมันดูจิ้มลิ้มน่ารักเอามากๆ

แควาเลียร์คิงชาลส์สแปเนียล

ซึ่งนอกจากนี้พวกมันยังถูกเลี้ยงให้เหมือนกับเป็นหมาประจำตระกูลของพวกชยชั้นสูงด้วยนะคะ เพราะตามราชวงศ์ต่างๆหรือพวกกษัตริย์ก็มักจะเลี้ยงน้องหมาสายพันธุ์นี้กันค่ะ

เรามาดูลักษณะโดยทั่วไปของมันกันนะคะ โดยธรรมชาติเราก็จะเห็นได้ว่ามันเป็นน้องหมาที่มีขนาดเล็กค่ะ เพราะเราจะเห็นตามรูปว่าคนมักจะอุ้มหรือว่ามันก็จะนั่งอยู่บนตักคนนั่นเองค่ะ  พวกมันขนาดโตเต็มที่ก็จะมีขนาดเฉลี่ยประมาณ 13 นิ้วค่ะ ไม่เกินนี้ซึ่งถือว่าเป็นหมาที่ตัวเล็กมากๆ

ส่วนขนของมันก็จะมีความนุ่ม แต่แอดขอบอกก่อนนะคะว่าเราต้องดูแลดีๆไม่งั้นขนพันกันยุ่งเหยิงเลยล่ะค่ะ ถ้าเราดูแลขนเค้าดีๆนี้เงางามสุขภาพดีกว่าผมของคนอีกนะคะเพื่อนๆ ขนของมันจะมีความยาวออกมาค่ะแต่ไม่ได้ยาวมากนะคะจะยาวกลางๆค่ะ

แควาเลียร์คิงชาลส์สแปเนียล

ซึ่งจุดเด้นของมันเลยก็คือความตัวเล็กคนสวย และมีความน่ารักขนสวยเงางาม ทำให้คนเลี้ยงดูมีความสง่าไปด้วยนั่นเองค่ะ โดยพวกมันถูกขึ้นในบัญชีของเคนเนลคลับด้วยนะคะ ว่าเป็นหมาที่คนนิยมเลี้ยงกันเป็นอย่างมาก และเป็นหมาในฝันของใครหลายๆคนเลยล่ะค่ะ

เพราะดูจากลำดับแล้วมันอยู่ลำดับที่ 6 ของหมาที่คนอยากเลี้ยงมากที่สุด ทำให้ค่าตัวของพวกมันก็สูงลิ่วเอาเรื่องเหมือนกันค่ะ ความนิยมของมันพุ่งขึ้นสูงสุดในช่วงปี 2541 ที่ผ่านมานี้เองค่ะ

ส่วนอารมณ์ของมันนั้นก็เป็นหมาที่มีความร่าเริง แถมยังขี้เล่นและมีความอดทนมากอีกด้วยนะคะ เห็นตัวเล็กบอบบางแบบนี้ตุถ้าเอามันไปฝึกให้ฟังคำสั่ง พวกมันก็ฝึกง่ายมากๆเลยนะคะ แถมยังน่ารักมากอีกด้วยค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก Caterpillar

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

หนอนผีเสื้อ

            หนอนผีเสื้อ มันก็คือตัวอ่อนของผีเสื้อนั่นเองค่ะเพื่อนๆ คนส่วนมากมักจะเรียกตัวอ่อนก่อนที่จะเป็นผีเสื้อว่าหนอนผีเสื้อเพราะว่าลักษณะของมันเหมือนหนอนนั่นเองค่ะ

หนอนผีเสื้อ (Caterpillar)

หนอนผีเสื้อ

            ตอนช่วงที่พวกมันยังเป็นตัวหนอนอยู่ พวกมันก็จะกินพวกพืชเป็นอาหารค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นในส่วนของใบนะคะ นอกจากนี้บางชนิดยังกินเศษที่เหลือจากพวกสัตว์ด้วยนะคะ

และแน่นอนว่าเราจะรู้กันดีว่าพวกมันนั้นเป็นศัตรูตัวร้ายของพวกชาวสวนที่ปลูกต้นไม่หรือว่าทำการเกษตรเลยล่ะค่ะ เพราะว่าเวลาที่พวกมันเกิดมานั้น พวกมันจะหิวกระหายเอามากๆ และจะกินใบไม้ของพวกชาวไร่ชาวสวนเป็นรูไปหมดเลยล่ะค่ะ

นอกจากนี้พวกมันยังถูกแบ่งออกมาเป็นหลายสายพันธุ์ด้วยนะคะ อย่างเช่นพวกผีเสือกลางคืนก็มีค่ะเพื่อนๆ สายพันธุ์นี้แอดบอกเลยว่าพวกชาวไร่ถึงขั้นเกลียดเลยล่ะค่ะเพื่อนๆ

เพราะว่าเจ้าพวกผีเสื้อกลางคืนพวกนี้นั้น มักจะทำความเสียหายไม่ว่าจะเป็นใบไม้แถมยังทำความเสียหายไปถึงพวกผลไม้ด้วยเลยค่ะ บางลูกที่มันกินต้องตัดทิ้งเลยก็มีนะคะ เพราะถึงเราเก็บเอาไว้ก็เอาไปขายไม่ได้นั่นเองค่ะ

ระหว่างที่มันกำลังเป็นตัวอ่อนนั้นเราจะรู้เลยนะคะว่ามันโตเร็วเอามากๆ อย่างเช่นวันนี้เราเห็นมันเป็นหนอน แปปเดียวมันก็เป็นผีเสื้อโบยบินสวยงามแล้วล่ะค่ะ

หนอนผีเสื้อ

ซึ่งในตอนแรกขนาดของมันจะมีขนาดประมาณ 1 มม.เท่านั้นค่ะ ซึ่งถือว่าเล็กเอามากๆ จากนั้นก็จะเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆค่ะ พวกมันสามารถมีความใหญ่มากถึง 14 ซม.เลยนะคะเพื่อนๆ

ตัวอ่อนของพวกมันบางสายพันธุ์ถ้าเรามาสังเกตุดีๆ เราเห็นเหมือนว่ามันเป็นกับผึ้งเลยนะคะ แถมพวกมันยังลอกคราบกันเร็วมากๆอีกด้วยนะคะ

ส่วนศัตรูของพวกมันก็มีไม่น้อยเลยนะคะ ไม่ง่ายเลยกว่าพวกมันจะรอดออกมาเป็นผีเสื้อที่สวยงามแบบที่เรานั้นเคยเห็นกัน เพราะว่ามีสัตว์จำนวนไม่น้อยเลยนะคะที่มีมันเป็นอาหารจานโปรด เพราะนอกจากพวกมันจะมีโปรตีนมากแล้วยังมีรสชาติดีต่อใจสัตว์ชนิดอื่นๆด้วยค่ะ

พวกมันสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศเก่งมากๆเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนๆพวกมันก็มีชีวิตอยู่ได้ค่ะ ถ้าไม่โดนสัตว์ชนิดอื่นๆเอาไปกินก่อนนะคะ

ส่วนพฤติกรรมที่เราเห็นได้ทั่วไปนั้นก็จะเห็นได้ว่าพวกมันชอบอาบแดดกันมากๆเลยล่ะค่ะ มันจะชื่นชอบสภาพอากาศที่ร้อนชื้นเอามากๆ เพราะจะทำให้มันเจริญเติบโตได้ดีนั่นเองค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก Carpenter Ant

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

มดไม้

            มดไม้ หรืออีกชื่อนึงที่เพื่อนๆอาจจะคุ้นเคยก็คือมดช่างไม้ แต่ถ้าหากเพื่อนๆอยากรู้ว่าทำไมมันถึงได้มีฉายาแบบนี้นั้นแอดมินมีคำตอบมาให้เพื่อนๆค่ะ

มดไม้ (Carpenter Ant)

มดไม้

            โดยทั่วไปแล้วขนาดของมันแอดบอกเลยว่ามันแทบจะเป็นมดที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลกเลยนะคะเพื่อนๆ เพราะมันมีความใหญ่มากที่สุดในอเมริกาเลยล่ะค่ะ โดยมีความยาวตั้งแต่ 3.4 ถึง 13 มม

สีที่พบมากที่สุดคือสีดำ แต่บางชนิดมีสีแดงหรือสีเหลือง สียังแตกต่างกันไปตามสปีชีส์ต่างๆ ตั้งแต่ดำเจ็ทแบล็กไปจนถึงน้ำตาลเข้ม, แดง, ดำ, เหลือง, ส้ม, น้ำตาลเหลืองหรือน้ำตาลอ่อน มดบางตัวมีสีแดงและสีดำนอกจากนี้มันยังมีขากรรไกรที่แข็งแรงมากอีกด้วยนะคะ

ส่วนที่อยู่อาศัยที่มันชอบอยู่นั้น พวกมันชอบอาศัยอยู่ในพื้นที่ชื้นๆ อย่างเช่นไม้ที่มีความชื้นและมีความผุพังค่ะ ถ้ายิ่งเป็นโพรงด้วยนะคะ บอกเลยอยู่กันเป็นรังเลยค่ะเพื่อนๆ

พวกมันไม่กินไม้อย่างที่พวกปลวกทำนะคะ แต่ให้เอาไม้ออกและนำเศษไม้ไปทิ้งนอกรังเป็นกองเล็กๆ พวกเขาจะกินอาหารที่หลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งของหวานและเนื้อสัตว์ พวกมันจะกินแมลงชนิดอื่นด้วย

ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ มดของช่างไม้จะอาศัยอยู่ในต้นไม้ที่ตายแล้วและมีชีวิต ตอไม้ และท่อนซุงที่เน่าเปื่อย อย่างไรก็ตาม พวกมันอาจสร้างรังในบ้านและอาคารที่พบไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่ไม้ได้รับความชื้นอย่างรุนแรง

มดไม้

ส่วนเรื่องการขยายพันธุ์ของพวกมันนั้น พวกมันจะวางไข่ได้ 9 ถึง 16 ฟองในปีแรกและอาจมีอายุได้ถึง 25 ปี ไข่จะครบวงจรชีวิตในเวลาประมาณ 6 ถึง 12 สัปดาห์เลยค่ะ

มดในสกุลCamponotusเป็นที่รู้จักกันในชื่อมดช่างไม้ เพราะพวกมันชอบที่จะสร้างอาณานิคมในแกลเลอรี่ที่ขุดขึ้นมาจากไม้ที่เปียกชื้นหรือได้รับความเสียหาย

พวกเขาตัดแกลเลอรีลงในลายไม้เพื่อสร้างรังและจัดให้มีทางเดินสำหรับเคลื่อนย้ายจากส่วนหนึ่งไปยังอีกส่วนของรัง กิจกรรมนี้ผลิตขี้เลื่อยไม้ผสมกับชิ้นส่วนของมดที่ตายแล้วซึ่งให้ข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับสถานที่ทำรัง

มดช่างไม้ทำความสะอาดพื้นที่ทำรัง และห้องจัดแสดงของพวกมันไม่ได้ปูด้วยโคลนหรือดินชื้นเหมือนแกลเลอรี่ปลวก คนงานเก็บแกลเลอรี่ของพวกเขาให้เรียบเหมือนไม้กระดาษทราย

มดไม้

ผู้ปกครองกับอาณานิคมดาวเทียม

มดช่างไม้สร้างรังสองประเภท: อาณานิคมของพ่อแม่และอาณานิคมดาวเทียม อาณานิคมของพ่อแม่ประกอบด้วยราชินีลูกของเธอ และคนงาน อาณานิคมของดาวเทียมประกอบด้วยคนงาน ตัวอ่อนที่มีอายุมากกว่า

และดักแด้ คนงานสร้างอาณานิคมดาวเทียมเมื่ออาณานิคมพ่อแม่ไม่มีพื้นที่เพียงพอหรือเมื่อมีอาหารหรือน้ำที่เหมาะสม อาจมีอาณานิคมดาวเทียมหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับอาณานิคมของผู้ปกครอง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก Capybara

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

แคพีบาร่า

            แคพีบาร่า หรืออีกชื่อนึงที่นักสะสมสัตว์แปลกเรียกมันว่าหนูยักษ์นั่นเองค่ะเพื่อนๆ ซึ่งเราจะเรียกว่ามันเป็นหนูที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้นะคะเพื่อนๆ

แคพีบาร่า (Capybara)

แคพีบาร่า

            แอดจะพาเพื่อนๆมาทำความรู้จักกับเจ้าหนูยักษ์ตัวนี้กันค่ะ นอกจากเราจะเห็นว่ามันเป็นหนูที่มีขนาดใหญ่แล้วนั้น มันยังเป็นญาติห่างกับพวกหนูตะเภาด้วยนะคะ

เริ่มมีการศึกษาเกี่ยวกับสายพันธุ์ของพวกมันอย่างจริงจังในช่วงปี 2002 ที่ผ่านมานี้เองค่ะ เนื่องจากญาติๆของมันนั้นสูญพันธุ์ไปหมดแล้วนะคะแถมยังมีการศึกษายีนส์และพวกโมเลกุลในเลือดของมันอีกด้วยค่ะ

และเริ่มมีการจำแนกประเภทของมันเมื่อไม่นานมานี้ด้วยนะคะ ซึ่งเค้าจะแยกจากที่อยู่อาศัยของมันค่ะ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ความหลากหลายของฟอสซิลคลอลีนลดลงเร็วและเป็นจำนวนมาก สาเหตุหลักๆก็เป็นเรื่องของฟันกรามของมันนั่นเองค่ะ

เรามาดูรูปร่างโดยทั่วไปของมันกันบ้างนะคะ โดยภายนอกเราก็จะเห็นว่ามันมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับหนูแทบจะทุกอย่างเลยล่ะค่ะ แต่ว่ามันจะมีขนาดใหญ่กว่ามากหลายเท่าตัวเลยล่ะค่ะเพื่อนๆ

แคพีบาร่า

นอกจากนี้พวกมันยังเป็นสัตว์ฟันแทะเหมือนกับพวกหนูด้วยนะคะ แถมยังมาสีขนเป็นสีน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ด้วยค่ะ นอกจากนี้มันยังมีต่อมเหงื่อที่พบได้ทั่วไปในร่างกายของมันด้วยนะคะ

ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผิดปกติและทำให้พวกมันแตกต่างจากพวกสัตว์ฟันแทะทั่วไปนั่นเองค่ะ  เมื่อมันโตเต็มวัยแล้วมันจะมีความยาวเฉลี่ยแล้วไม่เกิน 134 ซม. และอาจะมีน้ำหนักมากถึง 66 กก. เลยล่ะค่ะเท่าที่มนุษย์เคยพบเห็น ถือว่าเป็นหนูที่ตัวใหฃฅญ่เอาเรื่องเลยล่ะค่ะ

นอกจากนี้พวกมันยังเป็นสัตว์ที่เลี้ยวลูกด้วยนมด้วยนะคะ เรามาดูที่อยู่อาศัยของมันบ้างดีกว่าค่ะเพื่อนๆ เราจะเห็นพวกมันแพร่กระจายอยู่แทบจะทุกทวีปทั่วโลกเลยนะคะ

แคพีบาร่า

แต่เว้นประเทศอเมริกาใต้ค่ะ พื้นที่อยู่อาศัยที่พวกหนูพวกนี้ชอบมากๆก็คือตามแม่น้ำและตามหนองน้ำค่ะ ถ้าเราอยากจะเรียกก็ต้องศึกษาด้วยนะคะว่าเค้าอยู่กันยังไง

นอกจากนี้เรายังพบเจอพวกมันตามทุ่งสะวันนาด้วยนะคะ นอกจากนี้เพื่อนๆรู้มั้ยคะว่าความสามารถพิเศษของมันอีกแบบนึงก็คือ พวกมันว่ายน้ำเก่งมากๆเลยล่ะค่ะและยังกลั้นหายใจเก่งมากด้วยนะคะ เราเลยจะเห็นพวกมันมักจะใช้เวลาวง่างไปกับการดำน้ำอยู่บ่อยๆนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้พวกมันเป็นสัตว์กินพืชด้วยนะคะ แต่ของโปรดของพวกมันก็คือ พืชน้ำนั่นเองค่ะ พวกมันจะชอบมากๆ นอกจากนี้พวกมันก็ชอบกินผลไม้และพืชอีกหลากหลายชนิดเลยล่ะค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก Canadian horse

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ม้าแคนาดา

            ม้าแคนาดา ชื่อของมันก็บอกอยู่แล้วนะคะว่ามากจากแคนาดาอย่างแน่นอน พวกมันเป็นสัตว์ที่มีความแข็งแรงเพราะมีกล้ามเนื้อที่ทรงพลังเอามากๆเลยล่ะค่ะ

ม้าแคนาดา (Canadian horse)

ม้าแคนาดา

            โดยทั่วไปแล้วเราจะเห็นได้ว่าพวกมันมักจะเป็นม้าที่มีสีออกจะเข้มหน่อยค่ะเพื่อนๆ แถมพวกมันยังสืบสายพันธุ์มาจากพวกม้าเมื่อทศวรรษ 1600 อีกด้วยนะคะ นอกจจากนี้ยังมีการคาดว่าพวกมันถูกผสมข้ามสายพันธุ์กับมาแถบอังกฤษอีกด้วยค่ะเพื่อนๆ

หลังๆมานี้พวกมันถือได้ว่าเป็นสายพันธุ์ที่นิยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะพวกมันถูกแพร่กระจายไปทั่วโลกเลยล่ะค่ะเพื่อนๆ

นอกจากนี้พวกมันยังถูกแบ่งแยกประเภทออกมาเป็น 3 ประเภทอีกเวยนะคะ และยังมีการใช้มันเพื่อออกรบกันในสมัยก่อนอีกด้วยค่ะ แต่เพื่อลดจำนวนของพวกมันทำให้มีการส่งออกพวกมันเป็นเรื่องเป็นราวอยู่พักนึงเลยล่ะค่ะ ซึ่งการทำครั้งนี้มันส่งผลให้พวกม้าที่มีสายพันธุ์แท้ของแคนาดา

ถูกลดลงเป็นจำนวนมากและแทบจะหาม้าแบบสายพันธุ์แท้ไม่เจอกันเลยล่ะค่ะ

ม้าแคนาดา

เรามาดูลักษณะของม้าสายพันธุ์นี้โดยทั่วไปกันก่อนนะคะ นอกจากพวกมันจะมีสีเข้มแบบที่แอดมินได้บอกไปตอนแรกแล้วพวกมันก็ยังมีสี ดำ สีน้ำตาลเข้มแบบเห็นได้ชัดเลยล่ะค่ะ

และนอกจากนี้พวกมันก็มีแผงคอที่สวยงามและมีหางฟูเหมือนกับเอาผ้าลินินมาทำเลยก็ว่าได้ค่ะ ความสูงเฉลี่ยของมันก็จะไม่เกิน  168 ซม. เทียบกับคนได้เลยนะคะเนี่ย อย่าทำเป็นเล่นไป ส่วนน้ำหนักก็ตัวผู้ก็จะมากกว่าตัวเมียตามธรรมชาติอยู่แล้วนะคะ

น้ำหนักเฉลี่ยก็จะอยู่ราวๆ 570 กก. พวกมันมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเยอะและมีความสู.ที่เอาเรื่องเลยล่ะค่ะเพื่อนๆ เรามองแบบนี้พวกมันจะมีความสง่างามในตัวเองเอามากๆ โดยรวมแล้วเราก็จะเห็นถึงความแข็งแกร่งของมัน ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อของมัน

ม้าแคนาดา

หรือว่ากล้ามเนื้อช่วงไหล่ ดูสวยงามไปหมดเลยล่ะค่ะ พวกมันเป็นม้าที่ไม่ได้มีความอเลิทมากนักแต่ว่าเวลาวิ่งพวกมันก็มักจะวิ่งแบบเหยาะๆเท่านั้นค่ะเพื่อนๆ ไม่ได้วิ่งเร็วเหมือนกับที่เราเห็นในจอทีวี เพราะนั่นจะเป็นม้าแข็งค่ะไม่ใช่ม้าสายพันธุ์นี้

ในปัจจุบันมีการจดทะเบียนสายพันธุ์ของพวกมันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะเพื่อนๆ แถมยังมีการทำฟาร์มเพื่อเพาะเลี้ยงของมันอีกด้วยค่ะเพื่อนๆ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก Caiman

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

บีชันฟรีส

            เจ้าหมาขนปุกปุยตัวนี้เพื่อนๆอาจจะเข้าใจผิดได้นะคะ ว่าเอะมันเป็นตุ๊กตารึเปล่า แต่จริงๆแล้วมันเป็นหมาอีกหนึ่งสายพันธุ์ซค่งชื่อของมันก็คือ บีชันฟรีส นั่นเองค่ะเพื่อนๆ

บีชันฟรีส (Bichon Frize)

บีชันฟรีส

            นอกจากนี้ความหมายของชื่อมันก็ยังมีความหมายว่าขนปุย อีกด้วยนะคะเพื่อนๆ ซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศสนั่นเองค่ะ เราเห็นก็พอจะเดาออกใช่มั้ยคะว่ามันเป็นหมาตัวเล็ก ซึ่งน่ารักเอามากๆ พอดีมือเวลาเราอุ้มเลยล่ะค่ะ

ถึงชื่อของมันจะเหมือนกับภาษาฝรั่งเศสแต่เพื่อนๆรู้มั้ยคะว่าพวกมันมีต้นกำเนิดมาจากทางอังกฤษนู่นเลยค่ะ ซึ่งพวกมันถูกเลี้ยงให้เป็นเหมือนกับหมาต้อนรับค่ะ แขกไปใครมาก็จะเห็นพวกมันนี่แหละค่ะเอาไว้ต้อนรับ

ซึ่งในภายหลังเค้าได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ของมันให้มันมีความอ่อนโยนน่ารักมากขึ้นด้วยนะคะ นอกจากนี้พวกมันยังมีรายงานว่าเป็นหมาที่เหมือนกันจะสืบสายเลือดมาจากพวกหมาพุดเดิ้ลด้วยนะคะ

แต่อันนี้แอดมินก็ว่าน่ามีส่วนเป็นไปได้อยู่นะคะ เพราะไม่ว่าจะเป็นหน้าตาหรือลักษณะขนก็แอบคล้ายๆกันค่ะ แต่เจ้าหมาสายพันธุ์นี้ดูเหมือนว่ามันจะมีขนที่หน้ามันออกมาเป็นกลมๆมากว่าเท่านั้นค่ะ

แต่เค้าน่ารักและนิสัยก็ไม่แพ้กันเลยนะคะเพื่อนๆ็ว่าน่าต่พอเปนไปไดอยค เพรวหนตของมนกออกจคลยๆเจพดเดลเหมอนกน แตขนของมนจพองแล

บีชันฟรีส

เรามาดูลักษณะทั่วไปของมันบ้างนะคะ พวกมันเป็นหมาที่มีขาดเล็กจิ๋วเลยทำให้พวกมันมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 11 กก. เท่านั้นค่ะเพื่อนๆ ส่วนความสูงของมันถ้าเราเอามาเทียบก็ประมาณ 1 ไม้บรรทัด 30 ซม.เท่านั้นเอง แต่เจ้าพุดเดิ้ลจะมีความใหญ่กว่ามันนะคะ เหมือนแค่หน้าตาเท่านั้น

มองแบบเผลิญๆที่แอดมองเป็นตุ๊กตาเลยนะคะเนี่ย ส่วนกะโหลกหัวของมันก็จะมีความมนเล็กน้อยค่ะ ทำให้รูปหน้าของมันออกมาเป็นทรงกลมบ้องแบ๊วแบบนี้นั่นเองค่ะเพื่อนๆ

ส่วนหางของมันก็เหมือนกับพุ้มไม้เล็กๆเลยล่ะค่ะ และลักษณะขนของมันก็จะหยิกๆค่ะ ไม่ตรงเหมือนกับหมาพันธุ์อื่นๆ แอดว่านะคะเพราะแบบนี้คนส่วนมากเค้าเลยมักเรียกว่าพวกมันเหมือนกับเจ้าหมาสายพันธุ์พุดเดิ้ลที่ย่อส่วนลงมานั่นเองค่ะ

นอกตากที่มันจะเป็นหมาที่มีนิสัยน่ารัก และร่าเริงแล้วพวกมันยังถูกฝึกให้มีมารยาทด้วยนะคะ ซึ่งความอยากรู้อยากเห็นของมันเหมือนกับเป็นเสน่ห์อีกอย่างของสายพันธุ์นี้เลยค่ะแอดมินว่า

บีชันฟรีส

และมันก็ยังเข้ากับคนได้ง่าย จึงไม่เหมาะกับการเอามันเฝ้าบ้านเลยนะคะ เพราะตัวจิ๋วแค่นี้คงจะไปวิ่งไล่จับขโมยไม่ได้แถมยังมีมารยาทไม่เห่ามั่วซั่วอีก

เหมาะกับการเลี้ยงเป็นเพื่อนแก้เหงามากกว่านั่นเองค่ะ ด้วยความที่มันตัวเล็กทำให้มันดูแลง่ายและ คนส่วนมากที่เลี้ยงก็มักจะพกพวกมันสี่กระเป๋าไปไหนมาไหนด้วย ถ้าเพื่อนๆเป็นคนขี้เหงาแอดมินแนะนำให้เลี้ยงเจ้าหมาสายพันธุ์นี้เลยค่ะถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ลงตัวเลยค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก Belgian Tervuren

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เบลเยี่ยม เชพเพิร์ด

          เบลเยี่ยม เชพเพิร์ด เห็นชื่อมันเพื่อนๆก็น่าจะเดาออกแล้วใช่มั้ยคะว่ามันมาจากประเทศเบลเยี่ยม มันเป็นหมาที่มีขนาดกลางค่ะ แถมยังฉลาดแสนรู้อีกด้วยนะคะ

เบลเยี่ยม เชพเพิร์ด (Belgian Tervuren)

เบลเยี่ยม เชพเพิร์ด

            พวกมันเป็นหมาที่จะนับว่าเป็นสายพันธุ์เดียวเลยมั้งคะ ที่เรียกได้ว่าต้องแยกตามสีขน เพราะความแตกต่างของพวกมันจะอยู่ที่สีขนนั่นเองค่ะเพื่อนๆ

แถมในแต่ละสีของมันก็จะมีลักษณะขนที่ไม่เหมือนกันอีกด้วยนะคะอย่างเช่น ถ้ามันเป็นสีดำ พวกมันส่วนมากก็มักจะเป็นสีดำที่มีลักษณะขนที่ยาวนั่นเองค่ะ

ส่วนถ้ามันมีสีน้ำตาล พวกมันก็จะมีขนที่ออกลักษณะที่หยาบๆหน่อย แถมยังมีความขนสั้นกว่าเจ้าพวกสีดำอีกด้วยนะคะ แต่พวกมันก็จัดว่าเป็นหมาชนิดเดียวกันนั่นเองค่ะ

โดยทั่วไปแล้วคนส่วนมากในสมัยก่อนมักจะเรียกพวกมันเอาไว้ใช้งานค่ะ อย่างเช่นคอยเฝ้าแกะและดูแลแกะนั่นเอง ซึ่งเราสามารถพบพวกมันได้ทั่วไปในยุโรปเลยนะคะเจ้าหมาสายพันธุ์นี้

เพราะเราค้นพบพวกมันเป็นครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 19  โดยพวกคนเลี้ยงแกะนั่นเองค่ะเพื่อนๆ แถมยังมีการก่อตั้งสโมสรให้พวกมันอีกด้วยนะคะ

เบลเยี่ยม เชพเพิร์ด

นอกจากนี้พวกมันยังมักจะเอามาฝึกให้เป็นพวกหมาตำรวจด้วยค่ะ เพราะมันเป็นหมาที่เรียนรู่เก่งและฉลาดสามารถทำงานกับตำรวจได้ นิสัยของมันก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกด้วยนะคะ

เรามาดูลักษณะทั่วไปของมันกันดีกว่าค่ะ ส่วนมากแล้วเรามักจะเห็นพวกมันตามสนามบินเพราะมันจะเป็นหน่วยคอยตรวจสอบพวกคนนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายนั่นเองค่ะ และพวกมันมีจมูกที่ดมกลิ่นได้ดีมากๆ ซึ่งแทบจะไม่เคยพลาดเลยนะคะ

มีความแม่นยำเอามากๆเลยล่ะค่ะ ถ้าใครเจอเข้าแอดรับรองเลยนะคะ ว่าไม่มีทางรอดจมูกของพวกมันไปได้แน่ๆ พวกมันมีโครงสร้างที่แข็งแรงมากๆเลยด้วยนะคะ

เบลเยี่ยม เชพเพิร์ด

มันเป็นหมาขนาดกลางๆสูงไม่เกิน 26 นิ้วค่ะ น้ำหนักก็จะไม่เกิน 44 กก. มีความเรียวตามลำตัวทำให้มันพริ้วมากๆเลยค่ะเวลาที่พวกมันเคลื่อนไหว แถมยังวิ่งเร็วอีกด้วยนะคะเพื่อนๆ

พูดมาขนาดนี้เพื่อนๆก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วนะคะว่าพวกมันนั้นเป็นหมาที่ฉลาดและมีความสามารถขนาดไหน นอกจากที่มันจะมีความฉลาดแล้ว พวกมันยังเป็นหมาที่มีนิสัยร่ารเง และอารมณ์ดีด้วยนะคะ

พวกมันเป็นหมาที่มีความอดทนสูงมากๆเลยด้วยนะคะ จึงเหมาะกับการนำไปฝึกนั่นเองค่ะ นอกจากนี้พวกมันยังมีสัญชาตญานที่เรียกได้ว่าแม่นยำเอามากๆ สามารถเป็นคนปกป้องเวลาเราได้รับอันตรายได้เลยล่ะค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก Baleen Whale

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

บอร์เดอร์คอลลี่

            บอร์เดอร์คอลลี่ เป็นหมาที่มีความฉลาดและมักจะตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาเลยล่ะค่ะ พวกมันเป็นเพื่อนๆที่ดีแถมยังเป็นหมาที่ซื้อสัตย์มากๆอีกด้วยนะคะ

บอร์เดอร์คอลลี่ (Border Collie)

บอร์เดอร์คอลลี่

            พวกมันเป็นหมาขนาดประมาณกลางๆไม่ได้ใหญ่มากนะคะ ถ้าเพื่อนๆมองจากในรูปเพื่อนๆอาจจะเข้าใจว่ามันตัวใหญ่ค่ะ และมีขนที่หนา ปัญหาที่เรามักจะพบกับพวกหมาขนยาวแบบนี้บ่อยๆก็คือ ปัญหาขนล่วงนั่นเองค่ะ

เพราะฉะนั้นใครที่อยากจะเรียนต้องขยันดูแลและแปรงขนให้พวกมันบ่อยๆนะคะ นอกจากนี้พวกมันยังมีขนถึง 2 ชั้นเลยล่ะค่ะ เพราะพวกมันสามารถทนความหนาวถึงขนาดหิมะตกได้เลยนะคะ

พวกมันมีหลากหลายสีเลยนะคะเพื่อนๆ แต่ส่วนมากที่เราจะเห็นเป็นภาพติดตาก็จะเป็นพวกสีพื้นๆอย่าง สีดำ น้ำตาล และขาวนั่นเองค่ะ

บอร์เดอร์คอลลี่

นอกจากนี้พวกมันยังมีสีที่สลับกันหรือว่าผสมกันด้วยนะคะ ส่วนมากมักจะขึ้นอยู่กับว่าพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ของมันเป็นสีอะไรนั่นเองค่ะเพื่อนๆ

เดี๋ยวแอดมินจะแปะรูปเอาไว้เป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆดูนะคะ ส่วนดวงตาของพวกมันก็มีหลากหลายสีเช่นกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสีดำ สีน้ำตาล สีแดง สีบรอนด์ หรือแม้กระทั่งสีขาวก็มีค่ะ

แต่สีที่ทุกคนมักจะเล่นก็คือสีเมิลนั่นเองค่ะ เพราะสีนี้จะมีความสวยงามและมีความหายาก คนทำฟาร์มส่วนใหญ่ก็มักจะบีทออกมาให้มีสีนี้ แต่ก็ทำได้ยากทำให้พวกนี้มีราคามากกว่าสีอื่นๆนั่นเองค่ะ

แต่ก็ใช่ว่าจะดีนะคะเพราะว่าสีนี้เหมือนกับเป็นสียีนส์ด้อย หรือเกิดจากความไม่แข็งแรงของมันนั่นเองค่ะ ส่วนมากแล้วหมาออกมาก็จะสวยแต่ก็ไม่ค่อยแข็งแรงนะคะ

บางตัวถึงขั้นตาบอกเลยก็มีค่ะ ลักษณะหูของพวกมันเราจะเห็นได้ว่ามันจะเป็นกึ่งตั้งกึ่งพับค่ะ เพราะว่าจะตั้งก็ตั้งไม่สุดจะพับก็พับไม่สุดนั่นเองค่ะ แต่ดูๆไปก็น่ารักเหมือนกันนะคะ เพราะว่ามันแบ๊วและแปลกไปอีกแบบนั่นเองค่ะ

บอร์เดอร์คอลลี่

นอกจากนี้พวกมันยังเป็นหมาที่รักการทำกิจกรรมด้วยนะคะ แถมยังชอบที่จะออกกำลังกาย เพราะตอบสนองต่อสิ่งเร้าเร็วมากๆเลยล่ะค่ะ ทำให้พวกมันไม่ค่อยจะมีสมาธิที่จะจดจ่อกับอะไรนานๆได้

อายุตามธรรมชาติของมันเฉลี่ยแล้วก็เหมือนกับหมาทั่วไปเลยล่ะค่ะ เฉลี่ยแล้วก็ประมาณ 12-15ปีค่ะ แถมยังมีการพบว่าตัวที่มีอายุมากที่สุดถึง 18 ปีด้วยนะคะเพื่อน แต่ก็ดการเลี้ยงดูของเจ้าของเกิดจากความรักและเอาใจใส่มันมากๆเลยล่ะค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก Bearded Dragon

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *