ปลาสเตอร์เจียนเบลูก้า

      ปลาสเตอร์เจียนเบลูก้า เป็นปลาที่เราจะพบได้ในทะเลเอเดรียติกซึ่งมันยังถูกขนานนามว่าเป็นปลาที่มีกระดูกหรือว่าก้างมากที่สุดในบรรดาปลาอีกด้วยนะคะ

ปลาสเตอร์เจียนเบลูก้า (Beluga Sturgeon)

ปลาสเตอร์เจียนเบลูก้า

หลายๆคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหน้าค่าตาของมันซักเท่าไหร่แต่ถ้าพูดถึงไข่ของมันแล้วล่ะก็ ต้องร้องอ๋อไปตามๆกันเลยค่ะ เพราะไข่ของมันเป็นที่นิยมกินกันมาก จะมีรสชาติมันๆ แถมยังมีราคาต่อกิโลกรัมแพงเอาเรื่องเลยค่ะ

ซึ่งไข่ปลาที่แอดพูดถึงนั้นก็พวกไข่ปลาคาร์เวียร์ ที่แยกชนิดออกมาเป็นเบลูก้านั่นแหละค่ะ ปริมาณนิดเดียวขายเป็นกรัมก็ราคาเหยียบพันแล้วนะคะ แล้วถ้ายิ่งเราคัดเกรดหรือว่าไปประมูลมาอีก อาจจะกิโลกรัมเป็นหมื่นหรือว่าเป็นแสนก็มีค่ะ เพราะรสชาติของมันหรือความสดก็จะดีตามราคานั่นแหละค่ะ

มีพ่อแค่แม่ค้าหลายๆคน ถึงกับต้องไปประมูลเอามาขายเลยนะคะ แถมยังเอาไปกินคู่กับอาหารอื่นๆ หรือว่าจะกินเดี่ยวก็มีรสชาติอร่อยค่ะ แต่ถ้าใครที่ชื่นชอบส่วนใหญ่ก็จะหลงรักไปเลย ส่วนคนที่ไม่ชอบก็คงจำเป็นต้องเซโนเลยค่ะ แล้วแต่ความชอบของคนนะคะ

ปลาสเตอร์เจียนเบลูก้า

ความหมายของชื่อมันนั้นมาจากภาษารัสเซียนั่นเองค่ะเพื่อนๆ ซึ่งความหมายของเบลูก้าก็มาจากคำว่าสีขาวนั่นเองค่ะ ซึ่งมันจะมีสีขาวซีดและท้องใหญ่เอามากๆ เห็นได้ชัดเจนเลยค่ะ

มันจะมีครีบโดยทั่วไปจะยาวไม่เกิน 81 ซม.และหนังของมันก็จะถูกปกคลุมไปด้วยเนื้อฟันและมีจะงอยยื่นออกมาจากปากเป็นเอกลักษณ์ของมันเห็นได้ชัดเลยค่ะ นอกจากนี้มันยังมีหนาวยาวออกมาด้วยนะคะ

ลำตัวของมันโดยทั่วไปจะมีขนาดยาวและเรียวค่ะ ตัวเต็มวัยของมันจะมีขนาดที่ใหญ่พอสมควรเลยนะคะ ซึ่งมันเป็นคู้แข่งตัวฉกาจของปลาซันฟิชที่แอดเคยเล่าไปแล้วนั่นเองค่ะ เพราะมันเป็นปลาที่มีขนาดยาวเป็นอันดับ 2 รองจากเจ้าปลาซันฟิชและยังเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วยนะคะ

ปลาสเตอร์เจียนเบลูก้า

เคยมีการค้นพบว่ามันมีขนาดใหญ่มากที่สุด โดยถ่ายจากแม่น้ำโวลก้า มันมีน้ำหนักถึง 1500 กว่ากิโลกรัมแถมยังยาวกว่า 7 เมตรอีกด้วยนะคะ ถือว่าตัวใหญ่มากที่สุดที่เราเคยเจอเลยค่ะ

พวกมันจะมีอายุที่ยืนแถมยังหาเจอยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะในทศวรรษที่ผ่านมานั้นมีการล่ามันเป็นอย่างมาก จำนวนของมันเลยลดไปมากนั่นเองค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

สัตว์บก คลิก Beagle

โดย จีคลับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *